สงครามตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นรอบใหม่ ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทยที่ทรุดฮวบลง 27.88 จุด เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยลงมาปิดที่ระดับ 1576.25 จุด หลุดแนวรับ 1600 จุดอีกครั้ง ภายใต้ความกังวลว่า
การปรับฐานรอบนี้อาจรุนแรง เพราะหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นตัวชี้นำตลาดอย่างบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA อาจเข้าสู่ภาวะฟองสบู่แตก
หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกลุ่มที่นำตลาดมานับจากต้นปี 2569 ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดย DELTA ขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดที่ 372 บาท ก่อนจะเริ่มปรับฐานลงมา จนล่าสุดเมื่อวันพุธทรุดแรง หลุด 300 บาท โดยลดลง 13 บาท ปิดที่ 298 บาท
การทรุดหนักของหุ้น DELTA กลายเป็นชนวนให้เกิดการเทขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนตัวอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นหุ้นบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ซึ่งร่วงลง 2.25 บาท หรือร่วงลง 6.16% ปิดที่ 34.25 บาท หุ้นบริษัท เคซีอี อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ที่ปิดในราคา 36.78 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือลดลง 6.37%
และหุ้นบริษัท แคล-คอมพ์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ปิดในราคา 8.20 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือลดลง 5.75%
หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แดงฉาน ถูกขายเทกระจาดยกแผง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐานรองรับ และนักลงทุนมีความวิตกภาวะฟองสบู่ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก เมื่อสงครามตะวันออกกลางเริ่มปะทุรอบใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นไปทะลุ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ซึ่งจะกดดันให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ และการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐตามมา
นักลงทุนจึงเผ่นออกจากหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ โดยไม่รอให้ฟองสบู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกแตก
แนวโน้มหุ้นระยะสั้นยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะถ้าสงครามตะวันออกกลางเปิดฉากใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ดัชนีมีโอกาสดิ่งลงไปต่อ และอาจหลุดแนวรับระดับ 1550 จุดได้
นอกจากนี้ หากหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ยังตกอยู่ในเป้าหมายการขาย โดยเฉพาะหุ้น DELTA จะฉุดให้ดัชนีดิ่งลงตาม ซึ่งการที่ราคาหุ้นหลุดต่ำกว่า 300 บาท นักวิเคราะห์ทางเทคนิคประเมินว่า จะเป็นสัญญาณที่ไม่ดี และราคาหุ้นอาจไหลลงต่อ
หุ้นกำลังถูกปัจจัยลบกระหน่ำซ้ำเติม เพราะนอกจากไฟสงครามตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มลุกโชนแล้ว ยังอาจเผชิญกับภาวะฟองสบู่แตกของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย
ปัจจัยที่เป็นบวกขณะนี้คือ นักลงทุนต่างชาติยังไม่ถอนสมอจากตลาดหุ้นไทย และกลับมาซื้อหุ้นต่อเนื่อง เป็นกองหนุนที่ช่วยประคองตลาดไม่ให้เกิดความผันผวนรุนแรง แต่ต้องจับตาว่านักลงทุนต่างชาติยังจะอยู่ต่อหรือไม่เท่านั้น
นักลงทุนที่แห่เข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ต้องรีบปรับกลยุทธ์โดยด่วน ต้องเร่งตัดสินใจเพื่อลดความเสี่ยง เพราะการถูกถล่มขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ เมื่อวันพุธ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภาวะฟองสบู่แตก
DELTA และหุ้นชิ้นส่วนฯ ขนาดเล็กตัวอื่น ๆ จึงมีสิทธิร่วงลงต่อ และจะทำให้นักลงทุนที่ขายหุ้นออกไม่ทันต้องเจ็บตัวหนัก