xs
xsm
sm
md
lg

บิทคอยน์ร่วงหนัก ปัจจัยลบรอบด้านกดดันราคาเสี่ยงหลุด 60000 ดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บิทคอยน์ดิ่งลง 3.5% ในวันพุธท่ามกลางแรงกดดันรุมเร้าไม่ว่าจะเป็นการยกระดับสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นที่เสี่ยงลามทั่วโลก แรงขายบิทคอยน์นอกกรอบของ Strategy และสัญญาณคุมเข้มคริปโตจากอินเดีย ราคาบิทคอยน์ไม่สามารถฟื้นกลับจากโซน 62,000 ดอลลาร์ได้ ขณะที่ Nasdaq ยังดีดตัวขึ้น บ่งชี้ว่ามีแรงกดดันเฉพาะตัวในตลาดคริปโตที่เกินกว่าแค่ความกังวลเศรษฐกิจทั่วไป

แรงกดดันแรกมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังสหรัฐโจมตีเป้าหมายอิหร่านเพื่อตอบโต้การโจมตีเรือสินค้า และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศยุติบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับอิหร่านอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งจาก 68 ดอลลาร์มาแตะ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในสัปดาห์เดียว ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเร่งแรงกดดันเงินเฟ้อโดยตรง และลดโอกาสที่ Fed จะปรับลดดอกเบี้ยในระยะอันใกล้ CME FedWatch ล่าสุดชี้ว่าตลาดให้ความน่าจะเป็น 69% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจาก 42% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน

ในขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นก็สร้างความกังวลชุดใหม่ขึ้นมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของญี่ปุ่นพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ท่ามกลางความกังวลว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพยายามปรับอำนาจหน้าที่ของธนาคารกลางญี่ปุ่นเพื่อให้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าเดิม ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นการบั่นทอนความเป็นอิสระของธนาคารกลาง นัยยะที่ตามมาชัดเจนเพราะญี่ปุ่นคือผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุดในโลก ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นจึงแฝงความเสี่ยงที่จะลามสู่ตลาดเงินทั่วโลกได้

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Nasdaq-100 (ซ้าย) เทียบกับ Bitcoin/USD (ขวา) ที่มา: TradingView
นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันกระทบตลาดคริปโตโดยตรงที่สุด คือการขายบิทคอยน์ของ Strategy ที่ประกาศในวันจันทร์ มูลค่า 216 ล้านดอลลาร์ เป็นการขายที่สร้างความกังวลต่อตลาดเพราะการเปิดเผยในเอกสาร 8-K ระบุว่าการขายครั้งนี้อยู่นอกกรอบ Monetization Program มูลค่า 1,250 ล้านดอลลาร์ที่บริษัทเคยประกาศไว้ กล่าวคือ Strategy สามารถขายบิทคอยน์นอกแผนที่ระบุได้ตลอดเวลา ตลาดตีความว่านี่หมายถึงแรงขายจาก Strategy อาจมาได้เรื่อยๆ ตราบที่บริษัทยังมีภาระเงินปันผลประจำปีรวม 1,760 ล้านดอลลาร์ และหนี้ convertible bond กว่า 3,800 ล้านดอลลาร์ที่มีกำหนดชำระก่อนเดือนเมษายน 2570

บนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ทรัมป์ยังโจมตีสเปนในการประชุมสุดยอด NATO เรียกประเทศพันธมิตรหลักว่า "ไม่มีประโยชน์" และเรียกร้องให้ยุติการค้ากับสเปน แรงเสียดทานทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความกลัวต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และลดความอยากรับความเสี่ยงของนักลงทุน

อัตราต่อรองโดยนัยสำหรับอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายของ FED Funds ในวันที่ 16 กันยายน แหล่งที่มา: เครื่องมือ CME FedWatch
นอกจากนี้สัญญาณจากเอเชียใต้ โดยเฉพาะเอกสารที่เปิดออกมาว่าธนาคารกลางอินเดียสนับสนุนนโยบายที่โน้มเอียงไปทางห้ามกิจกรรมคริปโตอย่างชัดเจน รวมถึงการห้ามธนาคารมีสถานะใดๆ ในสินทรัพย์เสมือนเพื่อรักษาเสถียรภาพการเงิน กรมสรรพากรอินเดียยังระบุความเสี่ยงการหลีกเลี่ยงภาษีผ่านคริปโตควบคู่กัน เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่ากระแสการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝั่งตะวันตก

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แหล่งที่มา: TradingView
โดยรวมแล้ว การที่บิทคอยน์ไม่สามารถดีดตัวขึ้นตาม Nasdaq ในวันพุธ สะท้อนว่ามีแรงกดดันเฉพาะในตลาดคริปโตที่เกินกว่าความกังวลเศรษฐกิจมหภาค นักวิเคราะห์ประเมินว่าตราบที่ปัจจัยลบทั้งสี่ยังไม่คลี่คลาย การทดสอบแนวรับ 60,000 ดอลลาร์อีกครั้งในระยะใกล้มีความน่าจะเป็นสูงขึ้นเรื่อยๆ

มูลค่าตลาดและระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนของตราสารหนี้แปลงสภาพของกลยุทธ์ (ดอลลาร์สหรัฐ) ที่มา : Strategy
สำหรับนักลงทุนในไทยและอาเซียน สถานการณ์ปัจจุบันมีองค์ประกอบที่ซับซ้อนกว่าวัฏจักรขาลงปกติ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระทบต้นทุนพลังงานโดยตรงในภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้า ขณะที่ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นอาจฉุดทั้งค่าเงินเยนและการไหลออกของทุนจากเอเชีย สัญญาณเตือนที่ควรติดตามในสัปดาห์นี้คือทิศทางราคาน้ำมัน ถ้อยคำในรายงาน FOMC วันพุธ และพฤติกรรมการซื้อขายของ ETF บิทคอยน์ในสหรัฐจะเป็นสิ่งชี้ชะตาว่าแนว 60,000 ดอลลาร์จะสามารถยืนระยะต่อได้หรือไม่