“สิริพงศ์”ลงพื้นที่ติดตามสั่งหยุดงานและให้เร่งสอบข้อเท็จจริงเหตุปั้นจั่นล้ม เบื้องต้นขั้นตอนทำงาน มีพนักงานควบคุมปั้นจั่น และมีผู้ควบคุมงานของกรมทางหลวง ตรวจสอบควบคุมผลการตอกเสาเข็มทดสอบ
วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) คณะวิศวกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามเหตุอุบัติเหตุปั้นจั่นล้มภายในโครงการก่อสร้างทางคู่ขนานทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ทันทีที่ทราบเหตุ เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำชับให้ผู้รับจ้างดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตโดยเร็ว
โดยเหตุการณ์ปั้นจั่นล้ม เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ภายในพื้นที่โครงการก่อสร้างทางคู่ขนานทางหลวงหมายเลข 35 สายทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว – บ้านบางน้ำวน ช่วงกิโลเมตรที่ 39+000 ถึงกิโลเมตรที่ 40+050 บริเวณจุดกลับรถสะพานคลองหลวง ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเหตุให้คนงานของผู้รับจ้างเสียชีวิต 1 ราย โดยเหตุเกิดขึ้นภายในพื้นที่ก่อสร้างที่ปิดกั้นแยกจากช่องทางจราจร จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างทางคู่ขนานบนทางหลวงหมายเลข 35 ซึ่งดำเนินการโดยห้างหุ้นส่วนจำกัด ทนงศักดิ์วิศวภัณฑ์ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82)
จากรายงานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ประจำโครงการ ผู้รับจ้างได้เริ่มปฏิบัติงานตอกเสาเข็มทดสอบ (Pilot Pile) ตั้งแต่ช่วงเช้าตามแผนงาน โดยขณะปฏิบัติงานมีพนักงานควบคุมปั้นจั่น และมีผู้ควบคุมงานของกรมทางหลวง ตรวจสอบควบคุมผลการตอกเสาเข็มทดสอบ ซึ่งได้ทดสอบเสร็จเรียบร้อยไป 2 ตำแหน่งในช่วงเช้า กระทั่งในช่วงบ่าย ได้ยกเสาเข็มที่มีความยาว 25 เมตร ระหว่างเตรียมจะตอก ปั้นจั่นได้ล้มลง เป็นเหตุให้มีพนักงานควบคุมปั้นจั่นเสียชีวิต 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ อายุประมาณ 60 ปี ทั้งนี้ สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้กำชับให้กรมทางหลวง ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างรอบด้าน พร้อมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ รวมทั้งทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในการดำเนินงานก่อสร้าง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของทุกโครงการ
พร้อมทั้งได้สั่งการกำชับให้ผู้รับจ้างให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ และตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนทบทวนมาตรการกำกับดูแลการใช้เครื่องจักรหนักในโครงการก่อสร้างที่มีลักษณะงานเดียวกันทั่วประเทศ หากพบข้อบกพร่องหรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน จะดำเนินการตามกฎหมายและเงื่อนไขของสัญญาอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ กรมทางหลวงได้กำชับให้ผู้รับจ้างเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่โดยเร่งด่วน ตามสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม และสิทธิประโยชน์อื่นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยกรมทางหลวงจะติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม รวดเร็ว และเป็นธรรม
กรมทางหลวงขอยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างรอบด้านและโปร่งใส พร้อมนำผลการตรวจสอบมาทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย รวมทั้งการกำกับดูแลการปฏิบัติงานในโครงการก่อสร้างของกรมทางหลวง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด