DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมัน “พี.ซี.สยามปิโตรเลียม” คดีพิเศษสุราษฎร์ฯ รับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 13 ก.ค.นี้ ชี้เป็นคดีที่ 3 เดินหน้าปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมัน
น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เดินหน้าขยายผลการตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในคดีพิเศษที่ 59/2569 ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมัน ได้ขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกรณีกักตุนและเก็งกำไรน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
DSI ได้ออกหมายเรียกกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าวเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นคดีที่ 3 ที่ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังการดำเนินมาตรการเข้มของกระทรวงพลังงานในการปราบปรามการกระทำผิดด้านน้ำมันเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ หากย้อนกลับตั้งแต่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการดำเนินคดีสำคัญแล้วหลายคดี โดยคดีแรก คือ คดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่ง DSI แจ้งข้อกล่าวหานายสุรัตน์และพวกรวมหลายข้อหา ทั้งการปลอมปนน้ำมัน การกระทำผิดเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมัน การกักตุนและเก็งกำไร รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันเกินราคาที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยผู้ต้องหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนคดีที่ 2 เป็นคดีพิเศษที่ 80-85/2569 เกี่ยวข้องกับโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง ซึ่งผู้ต้องหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมันครบถ้วนแล้ว หลัง DSI ขยายผลจากการตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา และชุมพร และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม
“ปัจจุบันทีมเฉพาะกิจของกระทรวงพลังงานและ DSI ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงคลังน้ำมันอีก 13 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำน้ำมันออกนอกระบบและการกักตุนน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด”