Binance Research เผยรายงานชี้ให้เห็นว่า stablecoin กำลังก้าวข้ามบทบาทเดิมในฐานะเครื่องมือเทรดคริปโต มาสู่การเป็นชั้นการชำระเงินในตลาดตราสารทางการเงินดั้งเดิม ยอดซื้อขาย perpetual contract ที่เชื่อมกับสินทรัพย์ TradFi ผ่านการชำระด้วย stablecoin ทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกของปี 2569 ขณะที่ Western Union และ MoneyGram พร้อมกันออก stablecoin เป็นของตัวเองภายในช่วงเวลาไม่ถึงสองเดือน สัญญาณที่ชัดขึ้นทุกขณะว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมไม่ได้แค่ยอมรับ แต่เริ่มผสาน stablecoin เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน
Binance Research ระบุว่า stablecoin ถูกใช้ชำระราคา perpetual contract ที่อ้างอิงสินทรัพย์ทางการเงินดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยตลาดดังกล่าวมีสัดส่วนเติบโตมาอยู่ที่ราว 11% ของปริมาณซื้อขาย perpetual ทั้งหมดในห้าเดือนแรกของปี 2569 ปริมาณซื้อขายสะสมครึ่งปีแรกที่ทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนว่า stablecoin กำลังเข้าไปนั่งในห่วงโซ่การค้าตราสารอนุพันธ์ที่เคยเป็นอาณาเขตของ TradFi อย่างสมบูรณ์
บทบาทที่ขยายตัวไม่หยุดนิ่ง
นอกจากตลาดอนุพันธ์ พฤติกรรมผู้ใช้งานบน Binance เองก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด 30% ของผู้ใช้งาน Binance ในปัจจุบันถือ stablecoin มากกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ เพิ่มขึ้นจาก 4% ในปี 2563 กล่าวคือ stablecoin กำลังถูกมองเป็นเครื่องมือเก็บรักษามูลค่า ไม่ใช่แค่สะพานเชื่อมระหว่างคู่เทรด
มูลค่าตลาดรวมของ stablecoin ทั่วโลกอยู่ที่ราว 311,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 254,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน และปริมาณธุรกรรมก็ขยับทันกัน แดชบอร์ด stablecoin ของ Visa ที่ขับเคลื่อนโดย Allium แสดงว่าปริมาณธุรกรรม stablecoin ที่ปรับแล้วทำสถิติใหม่ที่ 1.79 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน สูงกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้ในเดือนกุมภาพันธ์
ลาตินอเมริกาจุดประกาย โมเดลซึมเข้าอาเซียน
ประเด็นที่ Binance Research ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการเติบโตของตลาดการโอนเงินข้ามพรมแดนในลาตินอเมริกา สัดส่วนผู้ใช้โอนเงินผ่าน stablecoin บน Binance ในลาตินอเมริกาพุ่งขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 38% ในปี 2569 จาก 17% ในปี 2568 แรงผลักมาจากความต้องการโอนเงินที่ถูกกว่าและเร็วกว่าช่องทางดั้งเดิม ข้อมูลจากกระดาน Bitso ในเม็กซิโกซิตี้ยืนยันว่า stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐมีสัดส่วนถึง 40% ของการซื้อสินทรัพย์คริปโตบนแพลตฟอร์มในปี 2568 แซงหน้าบิทคอยน์ที่อยู่ที่ 18% เป็นครั้งแรก
โอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขนี้มีขนาดใหญ่มาก อดีตผู้บริหาร Bybit คล็อเดีย หวัง (Claudia Wang) ประเมินไว้ในเดือนพฤษภาคมว่าช่องทางการโอนเงินนอกเส้นทางสหรัฐ-เม็กซิโกมีมูลค่ารวมสูงถึง 112,000 ล้านดอลลาร์ที่รอให้ผู้ออก stablecoin เข้าครอบคลุม
ตลาดการเงินดั้งเดิมอย่าง Western Union เปิดตัว USDPT stablecoin บนเครือข่าย Solana เพื่อชำระเงินข้ามพรมแดนในเดือนพฤษภาคม ตามด้วย MoneyGram ที่เปิดตัว MGUSD stablecoin บน Stellar ในเดือนมิถุนายน เพื่อขยายการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านแอปผู้บริโภค การที่บริษัทโอนเงินระดับโลกทั้งสองรายออก stablecoin ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือการประกาศว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินระดับโลกกำลังถูกตีความใหม่
นัยยะต่อไทยและอาเซียนชัดเจนเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาว่าภูมิภาคนี้มีโครงสร้างตลาดแรงงานข้ามพรมแดนที่ใกล้เคียงลาตินอเมริกา แรงงานไทยในต่างประเทศและแรงงานจาก CLMV ในไทยที่โอนเงินกลับบ้านเดือนละหลายพันล้านบาท คือตลาดที่ตรงกับสมมติฐานเดียวกับที่ทำให้ stablecoin เติบโตในเม็กซิโกและบราซิล ค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามพรมแดนผ่านธนาคารที่ยังสูงและใช้เวลานาน คือจุดอ่อนที่ stablecoin เล็งเห็นและความคืบหน้าของ GENIUS Act ในสหรัฐและกรอบกำกับ stablecoin ของ ก.ล.ต. ไทยจึงเป็นตัวแปรที่ภาคธุรกิจในภูมิภาคต้องติดตามอย่างใกล้ชิด