มูลนิธิกาญจนบารมีร่วมกับมูลนิธิดั่งพ่อสอน ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้า “แทนความห่วงใย” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งในสตรี โดยจัดกิจกรรม Workshop ให้ความรู้สุขภาพกับกลุ่มคนเมืองร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ พร้อมเปิดตัวภารกิจสร้าง 7,700 “อาสาแทนใจ” เป็นกลุ่มจิตอาสาเพื่อเป็นแกนนำในการคัดกรองมะเร็งเบื้องต้นและช่วยรณรงค์เชิงป้องกันในรูปแบบต่าง ๆ
คุณไทย สุพานิชวรภาชน์ รองประธานมูลนิธิกาญจนบารมี กล่าวถึงความเป็นมาของมูลนิธิฯ ว่า เกิดจากพระราชวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งที่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรและผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องรอรับการรักษา จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี” และดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิกาญจนบารมีขึ้น ในปี พ.ศ. 2540
กิจกรรมสำคัญของมูลนิธิฯ คือ การออกหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมประสิทธิภาพสูงและคัดกรองมะเร็งทางนรีเวช สำหรับสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสทั่วประเทศ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโรคร้ายที่ทำให้ผู้หญิงไทยป่วยและเสียชีวิตในอัตราสูง โรคนี้หากได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และรีบส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษา จะมีโอกาสรักษาให้หายได้ในอัตราที่สูง พระราชกรณียกิจในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงให้ความสำคัญด้านสุขภาพของประชาชน
“ตอนที่ผมเข้ามา ตอนนั้นรถคัดกรองมะเร็งเต้านมมีแค่ขบวนเดียว พระองค์ท่านก็มีพระราชประสงค์ ให้มีการออกหน่วยคัดกรองมะเร็งเคลื่อนที่ไปทั่วประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่ใหญ่มาก ก็พยายามทำกันจนสุดท้ายก็สำเร็จ ตอนนี้เรามีรถเคลื่อนที่ทั้งหมด 20 กว่าคัน” รองประธานมูลนิธิกาญจนบารมีกล่าว
ด้วยภารกิจของมูลนิธิกาญจนบารมีที่มุ่งเน้นกลุ่มประชาชนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล หากแต่ยังมีกลุ่มคนเมืองที่มีความสามารถเป็นกระบอกเสียงของการรณรงค์ให้ความรู้สุขภาพเชิงป้องกันโรคมะเร็งได้ ซึ่งจะทำให้เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตมีมากขึ้น รองประธานมูลนิธิกาญจนบารมีจึงขอขอบคุณโครงการแทนความห่วงใย ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิดั่งพ่อสอน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่มาพร้อมเพรียงกันในวันนี้เพื่อมาช่วยกันสืบสานพันธกิจสนับสนุนและส่งเสริมการป้องกันโรคมะเร็งตลอดจนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้และด้อยโอกาสให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมตามพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 10
อาจารย์ณัฐวรรธน์ ภรนรา ประธานมูลนิธิดั่งพ่อสอน ในฐานะประธานโครงการแทนความห่วงใย กล่าวถึงการทำงานของโครงการฯ ว่า “โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เป็นแกนสำคัญของการดำเนินงาน เพราะมีสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่พร้อมเชื่อมกับโครงการฯ โดยเฉพาะการร่วมจัด Workshop สุขภาพเชิงป้องกันด้วยองค์ความรู้ทั้งด้านโภชนาการ การฝึกตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น และเรียนรู้กระบวนการดูแลจิตใจโดยนักจิตวิทยาการปรึกษาแนวพุทธ เยียวยาและสร้างปัญญาการก้าวผ่านความทุกข์ ทั้งสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล ตอนนี้เราได้ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เข้ามาร่วมเป็นต้นแบบ และยังมีคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ที่จะช่วยเราในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสุขภาพออกไปสู่ประชาชนให้มากขึ้น”
นอกจากนี้ ประธานโครงการแทนความห่วงใยยังได้พูดถึงบทบาทของกลุ่มคนเมืองในพื้นที่ซึ่งจะมาร่วม “อาสาแทนใจ” ว่าเป็นหัวใจหลักของการเป็นกระบอกเสียงเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการตรวจและการป้องกันโรคมะเร็ง “กลุ่มแรกเลยที่เราอยากจะให้ทุกท่านส่งความห่วงใย คือผู้หญิงรอบตัวท่าน ขอให้เขาได้เข้ามาร่วมคัดกรองมะเร็งเต้านม ครอบครัวไหนที่เคยมีผู้ป่วย มีญาติ เป็นโรคมะเร็ง ยิ่งต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ขอให้มาตรวจก่อน ผู้หญิงไทยมีจำนวนกว่า 33.8 ล้านคน วันนี้ได้เข้าสู่การคัดกรองเท่าไหร่ ผู้หญิงที่อยู่เฉพาะในเมืองมีเกือบ 10 ล้านคน มีความตระหนักรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและตรวจคัดกรองไหม นี่จึงเป็นภารกิจที่เราออกไป 77 จังหวัด แล้วสร้างอาสาแทนใจในปีนี้ จังหวัดละ 100 คน ให้มีอาสาแทนใจ 7,700 คน ทำหน้าที่ให้ความรู้ให้คำปรึกษาและตรวจคัดกรองเบื้องต้น เมื่อพบกลุ่มเสี่ยง เราจะทำหน้าที่ประสานส่งต่อให้กับหน่วยตรวจเคลื่อนที่ของมูลนิธิกาญจนบารมี เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป การทำงานแบบนี้จะสามารถช่วยชีวิตคนในบ้านเราได้เร็วขึ้น”
ภายในงานแถลงข่าวเป็นการรวมพลังของ 4 แกนหลักภาคีเครือข่ายของโครงการแทนความห่วงใย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนตามบทบาทของตนเอง อาทิ
• ภาคีด้านสุขภาพ: โดย รศ.ดร.กัมปนาท บริบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผศ. นพ.วรพล อร่ามรัศมีกุล รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผศ. ดร.บุหงา สัตโนภาส คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ดร.พญ.สุวิณา รัตนชัยวงศ์ กรรมการสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยในกลุ่มภาคีนี้เน้นเรื่ององค์ความรู้และการสื่อสารความรู้ด้านสุขภาวะเชิงป้องกันให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ
• ภาคีด้านสุขภาวะทางจิต: คุณเอื้อกานต์ วรไพฑูรย์ ตัวแทนกลุ่มอาสาคิลานธรรม จากคณะ มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บทบาทสำคัญคือดูแลด้านจิตใจผู้ป่วยและผู้ดูแล ให้เข้าใจความรู้สึกตนเอง ยอมรับ และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและสงบ โดยใช้หลักธรรมชาติ
• ภาคีด้านโภชนาการ: คุณณภัค โกมินทร์รัชตะ ประธานโครงการก่อร่างสร้างครัว เน้นเรื่องการส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีและการป้องกันโรค
• ภาคีด้านชุมชนและด้านเกษตร: คุณเบญจมาภรณ์ วิเศษสิงห์ Vice President of Distribution and E-Commerce บริษัท ฮ็อป อินน์ โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) คุณศุภโชค เพิ่มเจริญ ประธานโครงการ 770 ดร.วิทย์ สุนทรนันท์ ประธานภาคีพันธมิตรเพื่อนดิน คุณสิรินาฏ กฤชภากรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์อาหารและเกษตรปลอดภัยเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน (ศูนย์FAIR) ซึ่งมีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งในชุมชนและการเกษตร เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม
สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็น “อาสาแทนใจ”สามารถสมัครผ่านไลน์แอปพลิเคชันชื่อ “แทนความห่วงใย” (@tancare) โดยจะได้รับการอบรมความรู้ด้านสุขภาพเชิงป้องกันออนไลน์ 52 คลาสทุกสัปดาห์ จาก 4 ภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ สุขภาวะทางจิต โภชนาการ และเกษตร โดยจะมีข้อมูลธรรมะบรรยาย ข้อความสร้างแรงบันดาลใจ และความรู้จากภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมสมัครเป็นเครือข่ายอาสาแทนใจ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนงานป้องกันโรคมะเร็ง เปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นการดูแลที่เกิดขึ้นได้จริง ส่งต่อความห่วงใยให้ผู้หญิงรอบตัวเข้ามาร่วมคัดกรองมะเร็งเต้านม เพื่อตัวคุณเอง เพื่อคนที่คุณรัก และเพื่อสังคมของเรา