แม้ตลาดหุ้นจะมีแนวโน้มสู่ขาขึ้นรอบใหม่ ดัชนีสามารถขึ้นมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 4 ปีที่ระดับ 1621 จุดได้ พร้อมกับการไหลบ่าของเงินทุนต่างชาติ แต่สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มจะปะทุ กำลังเป็นปัจจัยลบที่ฉุดให้หุ้นกลับสู่ความผันผวนอีกครั้ง
สงครามตะวันออกกลางที่ทำท่าจะสงบราบคาบ อาจกลับมาเปิดฉากอีกครั้ง หลังอิหร่านโจมตีเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศกร้าวจะโจมตีอิหร่าน
ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านย่านเอเชียทรุดลงทันทีในการซื้อขายเมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนตลาดหุ้นไทยเกิดความผันผวน โดยระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ดัชนีทรุดลงกว่า 20 จุด หลุดระดับ 1600 จุด ก่อนดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1604.03 จุด ลดลง 12.79 จุด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1,054 ล้านบาท
หุ้นบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ลดลง 8 บาท และเป็นตัวฉุดให้ดัชนีลงประมาณ 8 จุด รวมทั้งหุ้นบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งถูกเทขาย ราคาร่วงลง 1.75 บาท หลังนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ถือหุ้นใหญ่รายงานการขายหุ้นจำนวน 3.5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 64 บาท
อย่างไรก็ตาม การที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังแข็งแกร่ง ราคาปรับตัวขึ้น จึงช่วยพยุงตลาดไม่ให้ปรับฐานอย่างรุนแรง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยชี้นำตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง โดยตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนวันอังคารปรับตัวลงรับข่าวการโจมตีเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสพุ่งทะยานขึ้นมายืนเหนือ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สิ่งที่จะต้องจับตาคือ นักลงทุนต่างชาติจะมีท่าทีอย่างไร เพราะตั้งแต่ช่วงปลายมิถุนายนกลับเข้ามาไล่ซื้อหุ้นต่อเนื่อง ผลักดันให้ดัชนีพุ่งทะลุ 1600 จุด และทำให้ยอดซื้อหุ้นสุทธิสะสมของต่างชาตินับจากต้นปีมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 41,713 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติจะชะลอการลงทุน หยุดซื้อหรือไม่ เมื่อสงครามตะวันออกกลางเริ่มจะปะทุขึ้นใหม่
นักลงทุนรายย่อยในประเทศ แม้จะทยอยขายหุ้นออกมาบ้างในการปรับตัวขึ้นรอบนี้ แต่ยังมียอดซื้อหุ้นสะสมสุทธินับจากต้นปีอีกจำนวน 20,038 ล้านบาท โดยไม่ได้ช่วงชิงจังหวะการขายขณะที่หุ้นขึ้น และเมื่อวันอังคารยังเข้าไปช้อนซื้ออีก 4,289 ล้านบาท
ดัชนีปีนี้ฝ่าด่าน 1600 จุดมาแล้ว 3 รอบ แต่ยังข้ามผ่านไม่พ้น วิ่งต่อไปไกล ๆ ไม่ได้ เพราะไม่เพียงแต่สะดุดในปัจจัยลบแทรกซ้อนเท่านั้น แต่ราคาหุ้นเริ่มไม่ถูก และเริ่มไม่จูงใจนักลงทุนต่างชาติ เว้นแต่หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ
สัญญาณการปรับฐานรุนแรงยังไม่มี แต่หุ้นอาจอยู่ในช่วงพักฐานชั่วคราว ซึ่งหากต่างชาติยังไม่ถอย สงครามตะวันออกกลางรอบใหม่ไม่เกิดขึ้น ดัชนีระดับ 1600 จุดอาจตรึงกันอยู่ได้ โดยหุ้นแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ และหากถอยลงไปลึก จะเป็นจังหวะในการเลือกซื้อหุ้นเก็บ
ปัจจัยที่ต้องจับตากันในระยะสั้นคือ สหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ สงครามจะเป็นเพียงคำขู่ของทรัมป์หรือไม่ และนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าไม่มีปัจจัยลบใด ๆ เข้ามาเพิ่มเติม
ดัชนี 1600 จุดยังเป็นแนวรับที่มั่นคงของหุ้นรอบนี้