สองยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีแดนมังกรเปิดศึกชิงตลาดผู้ช่วยอัจฉริยะรูปแบบใหม่ ByteDance ทดสอบฟีเจอร์ผนวกแอปพลิเคชันใน Douyin ขณะที่ Alibaba เปิดตัว Manus แพลตฟอร์มเอเยนต์อัตโนมัติเต็มตัว เหตุการณ์พลิกผันเมื่อทางการจีนออกกฎเหล็กคุมเข้มโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เลียนแบบมนุษย์มากเกินไป สะท้อนความวิตกของรัฐต่อเทคโนโลยีที่กำลังเบลอเส้นแบ่งระหว่างคนกับเครื่องจักร การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับการควบคุมทางสังคมที่จีนกำลังขีดเส้นไว้อย่างชัดเจน
มหากาพย์การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนกำลังเข้าสู่สมรภูมิใหม่ที่ดุเดือดยิ่งกว่ายุคแชตบอต เมื่อสองบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง ByteDance และ Alibaba เปิดฉากทุ่มทรัพยากรเต็มกำลังเพื่อครองตลาด AI Agent หรือเอเยนต์อัจฉริยะที่สามารถปฏิบัติงานแทนมนุษย์ได้อย่างอิสระ ทว่าเกมรุกครั้งนี้กลับมาพร้อมกับแรงเสียดทานจากภาครัฐที่ส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่เลียนแบบมนุษย์มากเกินไปจะไม่ได้รับการต้อนรับ
รายงานจาก Decrypt เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ระบุว่า ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ภายในแอปพลิเคชัน Douyin หรือติ๊กต็อกเวอร์ชันจีน ที่สามารถเข้าถึงและควบคุมแอปอื่น ๆ บนสมาร์ตโฟนได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการจองร้านอาหารผ่าน Meituan การสั่งซื้อสินค้าจาก Taobao หรือแม้แต่การจัดการปฏิทินส่วนตัว ฟีเจอร์นี้เปรียบเสมือนการยกระดับผู้ช่วยดิจิทัลจากผู้ตอบคำถามไปสู่ผู้ลงมือทำด้วยตัวเอง
การเคลื่อนไหวของ ByteDance ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากแต่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแส AI Agent ที่กำลังพัดโหมทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีน สวนทางกับทิศทางของรัฐบาลที่เพิ่งประกาศกฎระเบียบใหม่ว่าด้วยการควบคุมโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ โดยคณะกรรมการกำกับดูแลไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน หรือ Cyberspace Administration of China ระบุชัดเจนว่าบริการ AI ใดก็ตามที่แสดงออกเสมือนมีอารมณ์ความรู้สึก มีจิตสำนึก หรือสร้างความสับสนว่าผู้ใช้งานกำลังสนทนากับมนุษย์จริง จะถูกจัดว่าเข้าข่ายความผิดและอาจถูกระงับการให้บริการ
จุดที่น่าสนใจคือจังหวะเวลาในการประกาศกฎดังกล่าว เกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจาก Alibaba เปิดตัว Manus แพลตฟอร์ม AI Agent ที่บริษัทอวดอ้างว่าสามารถ “คิด วางแผน และลงมือทำ” ได้ราวกับมนุษย์ ระบบของ Manus ไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงการโต้ตอบด้วยข้อความ หากสามารถดำเนินการที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน อาทิ การวิเคราะห์งบการเงินและสร้างสเปรดชีตอัตโนมัติ การค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์หลายแหล่งแล้วเรียบเรียงเป็นรายงาน หรือแม้แต่การเขียนและดีบักโค้ดโปรแกรมด้วยตนเอง
Alibaba ภายใต้การนำของ เอ็ดดี อู๋ (Eddie Wu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศว่าบริษัทจะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ตลอดสามปีข้างหน้า โดยระบุว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมากกว่างบลงทุนรวมของบริษัทตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มอาลีบาบาที่จะไม่ยอมตกขบวนรถไฟ AI แม้ว่าจะต้องแลกด้วยเม็ดเงินมหาศาลก็ตาม
ในอีกด้านหนึ่ง ByteDance ซึ่งมี เจี่ยง ฟาง (Zhang Yiming) เป็นผู้ก่อตั้ง เลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป โดยอาศัยจุดแข็งของฐานผู้ใช้ Douyin กว่า 750 ล้านคนต่อเดือนเป็นหัวหาดในการผลักดันฟีเจอร์ AI Agent เข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วไป การฝังความสามารถของเอเยนต์อัจฉริยะลงในซูเปอร์แอปที่คนจีนใช้เป็นประจำทุกวันคือการลดแรงเสียดทานในการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ขณะเดียวกันก็เก็บเกี่ยวข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ที่มีมูลค่ามหาศาลมาป้อนระบบการเรียนรู้ของเครื่อง
สมรภูมิ AI Agent จึงถูกแบ่งออกเป็นสองแนวรบอย่างชัดเจน Alibaba เดินเกมด้วยกลยุทธ์แพลตฟอร์มเปิดที่มุ่งเจาะตลาดองค์กรและนักพัฒนา โดยมีระบบคลาวด์เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ส่วน ByteDance เน้นการเจาะตลาดผู้บริโภคโดยตรงด้วยการฝัง AI เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่คนจีนใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ดี การประกาศกฎควบคุม AI ของจีนได้สร้างแรงกระเพื่อมที่ไม่อาจมองข้าม ภายใต้กฎใหม่ที่เผยแพร่โดยหน่วยงานกำกับดูแลไซเบอร์สเปซ บริการที่ใช้โมเดล AI เพื่อเลียนแบบพฤติกรรมหรือรูปลักษณ์ของมนุษย์จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและต้องแสดงตัวตนว่าเป็น AI อย่างชัดเจน การฝ่าฝืนอาจนำไปสู่การปรับเงินสูงถึง 10 ล้านหยวน หรือประมาณ 50 ล้านบาท และการระงับใบอนุญาตประกอบการ
อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตว่ากฎดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยี AI Agent โดยตรง หากแต่สะท้อนถึงความกังวลของรัฐบาลจีนต่อสิ่งที่เรียกว่า “ความเป็นมนุษย์ของ AI” ในบริบททางสังคมและการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้จีนต้องเผชิญกับกรณีแชตบอตที่แสดงความเห็นทางการเมืองไม่พึงประสงค์ หรือการสร้างดีปเฟกของบุคคลสำคัญที่สร้างความปั่นป่วนในสื่อสังคมออนไลน์ กฎใหม่จึงเป็นเครื่องมือป้องกันเชิงรุกที่รัฐบาลใช้ควบคุมขอบเขตของ AI ก่อนที่เทคโนโลยีจะเกินเลยจนควบคุมไม่ได้
ขณะที่หากเทียบกับตลาดตะวันตก การแข่งขันด้าน AI Agent ของจีนดำเนินไปภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ซีอีโอของ OpenAI อย่าง แซม อัลท์แมน (Sam Altman) เคยประกาศวิสัยทัศน์ว่า AI Agent จะเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกในปี 2568 ทว่าระบบนิเวศของตะวันตกยังคงให้เสรีภาพในการทดลองมากกว่า ขณะที่จีนเลือกใช้แนวทางควบคุมก่อนปล่อย ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทจีนต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นฟังก์ชันการทำงานมากกว่าการสร้างบุคลิกหรืออารมณ์ร่วม
ภาพสะท้อนจากตลาดการเงินก็ให้สัญญาณที่น่าสนใจ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนในตลาดฮ่องกงปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังจากมีรายงานข่าวกฎใหม่ โดยนักวิเคราะห์จาก CITIC Securities ระบุว่าตลาดกำลังประเมินผลกระทบต่อรายได้ในอนาคตของบริษัทที่ลงทุนหนักกับ AI ที่มีปฏิสัมพันธ์สูง อย่างไรก็ดี มุมมองระยะยาวยังคงเป็นบวก เนื่องจากความต้องการระบบอัตโนมัติในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของจีนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือผลกระทบต่อ ByteDance ซึ่งเป็นเจ้าของ TikTok แพลตฟอร์มที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกาในประเด็นความมั่นคงของข้อมูล การที่บริษัททดสอบ AI Agent ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลข้ามแอปพลิเคชันยิ่งเพิ่มความอ่อนไหวในมิติความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ หน่วยงานกำกับดูแลของจีนจึงต้องเดินบนเส้นทางที่คับแคบระหว่างการสนับสนุนนวัตกรรมและการคุ้มครองสิทธิพลเมืองดิจิทัล
สำหรับ Alibaba การเปิดตัว Manus เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังฟื้นตัวจากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่และการขายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก การทุ่มงบวิจัยและพัฒนาด้าน AI คือเดิมพันครั้งสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าอาณาจักรอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในยุคปัญญาประดิษฐ์ได้หรือไม่
สิ่งที่ต้องติดตามในระยะถัดไปคือการปรับตัวของ ByteDance และ Alibaba ต่อกฎใหม่ของรัฐบาลจีน ทั้งสองบริษัทจะต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ AI Agent ให้อยู่ในกรอบที่รัฐกำหนดโดยไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งหมายถึงการลดทอนลักษณะความเป็นมนุษย์ลง แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้โดดเด่นขึ้น นี่คือโจทย์ที่ท้าทายทั้งทีมวิศวกรและนักออกแบบผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้การปะทะกันระหว่างภาคเอกชนกับการกำกับของภาครัฐในจีนครั้งนี้ คือกรณีศึกษาสำคัญของโลกว่า ประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีจะจัดการสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับการควบคุมทางสังคมอย่างไร เมื่อเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรเริ่มพร่าเลือน ณ จุดนี้จีนส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า AI จะต้องเป็นเครื่องมือรับใช้มนุษย์ ไม่ใช่สิ่งทดแทนมนุษย์ และนั่นอาจเป็นกรอบคิดที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม AI จีนไปอีกหลายปีข้างหน้า
ในท้ายที่สุด เกม AI Agent ระหว่าง ByteDance และ Alibaba คือสมรภูมิที่เดิมพันด้วยเงินลงทุนระดับหมื่นล้านดอลลาร์ แต่อุปสรรคที่แท้จริงอาจไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจ หากแต่เป็นเส้นแดงที่รัฐบาลจีนขีดไว้ต่างหาก