SET ปิดเช้าที่ 1,596.77 จุด ลดลง 20.11 จุด (-1.24%) มูลค่าซื้อขายราว 52,412 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับลงลักษณะพักตัวหลังขึ้นมาค่อนข้างมาก และยังไร้ปัจจัยใหม่หนุน ทำให้มีแรงขายทำกำไรหุ้นใหญ่สลับออกมา ประกอบกับ Sentiment ลบจากแรงขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลกกดดัน DELTA ลงไปด้วย สลับแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มแบงก์พยุงดัชนี แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งแดนลบต่อไป ให้แนวต้าน 1,610 จุด แนวรับ 1,590 จุด
ตลาดหุ้นไทย[SET.X] ปิดภาคเช้าที่ 1,596.77 จุด ลดลง 20.11 จุด (-1.24%) มูลค่าซื้อขายราว 52,412 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าดัชนีร่วงลงไปหลุด 1,600 จุดอีกครั้ง โดยทำจุดต่ำสุด 1,594.69 จุด และจุดสูงสุด 1,613.72 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าปรับตัวลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเป็นการพักตัวหลังจากขึ้นมาค่อนข้างมากแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนเพิ่มเติมในช่วงนี้ ทำให้มีแรงขายทำกำไรหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวออกมาเป็นปัจจัยกดดัน ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และชาวหมู่เกาะแปซิฟิก
ขณะเดียวกัน ยังมี Sentiment เชิงลบจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโบก โดยเฉพาะเช้าวันนี้กดดันตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเหนือให้ปรับลง ส่วนหนึ่งคาดว่าจะมาจากนักลงทุนขายลดความเสี่ยงจากการที่หุ้น SK Hynix จะเข้าตลาด NASDAQ ในสหรัฐ เป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ DELTA ลงไปแรงด้วยเช่นกัน แต่ก็ยังมีแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มแบงก์มาช่วยพยุงดัชนีได้ได้ระดับหนึ่ง
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายคาดแกว่งแดนลบต่อเนื่อว โดยให้แนวต้าน 1,610 จุด แนวรับ 1,590 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
PTT มูลค่าการซื้อขาย 5,638.17 ล้านบาท ปิดที่ 36.25 บาท ลดลง 1.00 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,652.42 ล้านบาท ปิดที่ 62.50 บาท ลดลง 1.75 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 4,245.59 ล้านบาท ปิดที่ 39.00 บาท ลดลง 0.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,885.53 ล้านบาท ปิดที่ 230.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท