Citigroup ปรับลดเป้าหมายราคา 12 เดือนของบิทคอยน์และอีเธอเรียมพร้อมกันโดยเป้าบิทคอยน์ถูกหั่นจาก 112,000 ดอลลาร์เหลือ 82,000 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอเรียมถูกปรับลดจาก 3,175 ดอลลาร์เหลือ 2,240 ดอลลาร์ หลังกระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF คริปโตพลิกทิศตั้งแต่ต้นปี ประกอบกับความล่าช้าของกฎหมายคริปโตในสหรัฐกดดันแนวโน้มตลาด
รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า Citigroup ยังปรับคาดการณ์เงินไหลเข้ากองทุน ETF บิทคอยน์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าลงเหลือศูนย์ จากเดิมที่คาดไว้ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงมุมมองที่ชัดเจน เมื่อยอด ETF บิทคอยน์สะสมตั้งแต่ต้นปี 2569 ติดลบไปแล้วราว 3,300 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับกระแสเงินไหลเข้าหลังการอนุมัติผลิตภัณฑ์ในปีก่อนหน้า
นอกจากแรงกดดันจาก ETF Citigroup ยังชี้ถึงปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมสองประการ ได้แก่ แรงขายที่อาจมาจากกลุ่มบริษัทที่ถือบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองในงบดุล และการโยกย้ายเงินลงทุนจากตลาดคริปโตไปสู่สินทรัพย์ที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งดึงความสนใจนักลงทุนสถาบันได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ความล่าช้าของกฎหมายคริปโตในรัฐสภาสหรัฐก็เป็นอีกตัวแปรที่ Citigroup นำมาประกอบการปรับประมาณการ ทั้ง GENIUS Act ที่กำกับ stablecoin และ CLARITY Act ที่จัดระเบียบโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม ยังอยู่ระหว่างกระบวนการนิติบัญญัติโดยไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน ตลาดซึ่งเคยคาดหวังว่ากฎหมายเหล่านี้จะเป็นแรงหนุนคลื่นลูกใหม่ของเงินสถาบันจึงต้องทบทวนสมมติฐานดังกล่าว
อย่างไรก็ตามสัญญาณจาก Citigroup ครั้งนี้น่าจับตาสำหรับนักลงทุนไทยและอาเซียนในหลายมิติ ประการแรก การที่สถาบันการเงินระดับโลกปรับเป้าลงพร้อมกันทั้งสองสินทรัพย์หลักในคราวเดียวกัน สะท้อนว่าภาพรวมความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตระยะสั้นกำลังเปลี่ยน ประการที่สอง กระแสเงินหมุนจากคริปโตสู่ AI อาจมีนัยต่อพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนไทยที่กระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์เทคโนโลยีหลายประเภท สิ่งที่ควรติดตามในระยะถัดไปคือความคืบหน้าของกฎหมายคริปโตสหรัฐ เพราะหากผ่านสภาได้จริง แรงส่งจากเงินสถาบันที่รอคอยกรอบกฎหมายที่ชัดเจนอาจพลิกทิศทาง ETF flow กลับมาได้เร็วกว่าที่คาด