“โฆษกพาณิชย์”เผยผลหารือผู้เลี้ยงไก่ไข่ ชี้แจงการปรับราคาฟองละ 20 สตางค์ ตั้งแต่ 6 ก.ค.69 เหตุต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ค่าพลังงาน และค่าบริหารจัดการฟาร์มเพิ่มขึ้น ยืนยันนับจากนี้จะไม่ขึ้นอีก และคาดเดือน ส.ค.69 ราคาจะปรับลดลง เตรียมนัดหารือผู้ประกอบการรายใหญ่ ห้างค้าส่งค้าปลีก ช่วยตรึงราคา และนำไข่ไก่ขายผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ลดค่าครองชีพประชาชน
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากฟองละ 3.60 บาท เป็นฟองละ 3.80 บาท หรือเพิ่มขึ้นฟองละ 20 สตางค์ มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2569 ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์การผลิต ต้นทุน และปริมาณความต้องการบริโภคแล้ว พบว่า การปรับราคาในครั้งนี้เป็นไปตามภาวะต้นทุนการผลิตและปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตไข่ไก่ในช่วงที่ผ่านมา หลังผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน มี.ค.2569 ทั้งค่าอาหารสัตว์ ค่าพลังงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการฟาร์ม แต่สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติม และแนวโน้มราคาหลังจากนี้จะทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาด
ปัจจุบันมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดเฉลี่ยประมาณ 43 ล้านฟองต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีประมาณ 45 ล้านฟองต่อวัน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้ผลผลิตของแม่ไก่ลดลง ประกอบกับเป็นช่วงที่เกษตรกรทยอยปลดแม่ไก่ยืนกรงตามรอบการเลี้ยงเมื่อมีอายุประมาณ 78–80 สัปดาห์ ทำให้ปริมาณแม่ไก่ที่ให้ผลผลิตลดลงเป็นการชั่วคราว ขณะที่การส่งออกไข่ไก่ยังอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้เพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อปริมาณไข่ไก่ในประเทศ
สำหรับความต้องการบริโภคไข่ไก่ เพิ่มขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน รวมถึงกิจกรรมกระตุ้นการจับจ่าย ภายใต้โครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส” ทำให้การบริโภคไข่ไก่และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีไข่เป็นส่วนประกอบเพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาในระยะนี้
“นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และนางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ได้ร่วมประเมินสถานการณ์กับกรมการค้าภายใน และยืนยันตรงกันว่า แนวโน้มราคาไข่ไก่จะไม่ปรับสูงขึ้นกว่านี้ และจะเริ่มปรับลดลงตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค.2569 เป็นต้นไป เนื่องจากสภาพอากาศเอื้อต่อการให้ผลผลิตมากขึ้น แม่ไก่สาวรุ่นใหม่ทยอยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลงจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น อีกทั้งเป็นช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งความต้องการบริโภคไข่ไก่จะลดลงตามฤดูกาล ส่งผลให้ราคาปรับลดลงตามกลไกตลาด”นายกรนิจกล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ห้างค้าส่งค้าปลีก ให้ช่วยตรึงราคาจำหน่าย เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยได้นัดหารือในวันที่ 7 ก.ค.2569 และยังจะมีการจัดจำหน่ายไข่ไก่ราคาประหยัดผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส (ธงฟ้า) เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนด้วย
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้เลี้ยง ผู้ค้า ตลาดสด และห้างค้าส่งค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากประชาชนพบผู้ค้าจำหน่ายไข่ไก่ในราคาสูงเกินสมควร สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยผู้กระทำผิดมีความผิดตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ