TRUE แจ้ง ก.ล.ต. ตรวจสอบกรณีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์” โผล่ถือหุ้น TRUE กว่า 7% หลังพบข้อสงสัยในแบบ 246-2 โดยเฉพาะการระบุถึงหุ้นบุริมสิทธิที่บริษัทชี้ว่าไม่มีแล้ว ผงะพบรายงานข่าวย้อนเอี่ยวยื่นข้อมูลเกี่ยวข้องกับหุ้นใหญ่อีก6ตัวในอดีต นักวิเคราะห์ หวั่นระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของตลาดทุนไทยมีช่องโหว่ กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุดกรณีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์” ปรากฏในแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือแบบ 246-2 ว่าเข้าถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รวมกว่า 7% ล่าสุด TRUE ได้แจ้งข้อเท็จจริงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวแล้ว หลังบริษัทพบข้อสังเกตสำคัญว่า รายงานดังกล่าวอาจมีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของบริษัท
อย่างไรก็ตามTRUE ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับแบบ 246-2 ระบุว่ามีการได้มาทั้งหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของ TRUE แต่บริษัทชี้แจงว่า ปัจจุบัน TRUE ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิ และไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิให้แก่บุคคลทั่วไป
จึงทำให้เกิดคำถามว่า ข้อมูลที่ปรากฏในแบบรายงานดังกล่าวเกิดจากความคลาดเคลื่อน ความผิดพลาดในการยื่นข้อมูล หรือมีสาเหตุอื่นที่ต้องรอการตรวจสอบจาก ก.ล.ต.
นักวิเคราะห์ยังมองอีกว่า ที่น่าสนใจอีกประเด็นที่น่าสนใจของหุ้นมูลค่าหมื่นล้านคือ ความไม่ชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นที่แท้จริงคือใคร โดยรายงานระบุว่าการได้มาหุ้น TRUE ดำเนินการผ่าน UBS Group AG ทำให้ตลาดตั้งคำถามว่าเป็นการถือหุ้นโดยผู้ลงทุนรายใด หรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการถือหุ้นผ่านตัวกลางหรือผู้รับฝากหลักทรัพย์หรือไม่
นอกจากนี้ชื่อของสุภาพร พิมพงษ์”ยังเคยปรากฏเกี่ยวข้องกับการยื่นแบบ 246-2 ในหุ้นบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง เช่น TRUE, KBANK, AAV, BBL, GLS และ MAJOR
หลายกรณีในอดีตเคยถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้องของข้อมูลที่ยื่น ส่งผลให้กรณี TRUE ครั้งนี้ไม่ถูกมองเป็นเหตุการณ์เดี่ยว แต่กลายเป็นประเด็นต่อเนื่องที่สะท้อนปัญหาความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบรายงานผู้ถือหุ้นรายใหญ่
สำหรับกระบวนการของแบบ 246-2 ซึ่งโดยหลักเป็นแบบรายงานที่ผู้มีหน้าที่รายงานยื่นต่อ ก.ล.ต. เมื่อมีการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์จนสัดส่วนการถือหุ้นเปลี่ยนผ่านระดับสำคัญ
แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ในระบบไม่ได้หมายความว่าเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งหมด
โดยในหน้าแสดงข้อมูลของ ก.ล.ต. เองระบุสถานะว่าเป็น “ข้อมูลเบื้องต้น” ซึ่งหมายถึงข้อมูลอาจยังไม่ครบถ้วน และ/หรืออยู่ระหว่างการสอบทาน)
ตอนนี้ยังต้องรอการตรวจสอบจาก ก.ล.ต.กับความชัดเจนที่ว่า “สุภาพร พิมพงษ์ คือใคร” หรือ “ถือหุ้น TRUE จริงหรือไม่”
แต่ก็เป็นคำถามใหญ่ต่อกระบวนการรับ ตรวจสอบ และเผยแพร่ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ก.ล.ต. มีความรัดกุมเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลลักษณะนี้สามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ราคาหุ้น และภาพรวมของตลาดทุนได้โดยตรง