‘ผู้จัดการรายวัน 360 - เซ็นทรัลพัฒนา เปิดให้บริการ “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี ต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย ภายใต้แนวคิด Biophilic Design เชื่อมธรรมชาติกับวิถีชีวิตเมือง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมยกระดับย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี สู่ “Future Living District” ตอบรับ Longevity Economy เมกะเทรนด์ระดับโลก มุ่งสร้าง Longevity Ecosystem คัดสรรกว่า 300 แบรนด์และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน ผสานการใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพ การพักผ่อน การออกกำลังกาย อาหาร และการสร้างความสัมพันธ์ของผู้คนไว้ในพื้นที่เดียว ตอบรับ Longevity Economy เมกะเทรนด์โลก ชู 3 กลยุทธ์ สร้าง Longevity Ecosystem
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า World Economic Forum นิยาม Longevity Economy ว่า ไม่ใช่เพียงการมีอายุยืนยาว (Lifespan) แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดี (Healthspan) และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหา Lifestyle Destination ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการดูแลสุขภาพ การพักผ่อน การใช้เวลาร่วมกัน และการใกล้ชิดธรรมชาติ
เซ็นทรัลพัฒนาจึงทุ่มงบ 4,500 ล้านบาท พัฒนาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ บนพื้นที่ 59 ไร่ ภายใต้ Biophilic Design ทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียว และออกแบบให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต เพื่อสร้าง Thailand's First Longevity Destination เพราะเราเชื่อว่าศูนย์การค้าแห่งการใช้ชีวิตอนาคต ต้องเป็นพื้นที่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความสุขใน
ทุกวัน และเติบโตไปพร้อมกับผู้คน ชุมชน และเมืองอย่างยั่งยืน
โครงการนี้เป็นการสร้างใหม่บนพื้นที่เดิมของ เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ที่บริษัทเทคโอเวอร์มาจาก จัสโก้เดิม เมื่อประมาณปี2546 และเปิดเป็นเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์มานานกว่า 23 ปีแล้ว ซึ่งคาดว่าจากการเปิดบริการใหม่นี้จะมีทราฟฟิกประมาณ 30,000 คนต่อวัน จากเดิมประมาณ 20,000 คนต่อวัน มีการใช้จ่ายเฉลี่ย 2,000 กว่าบาทต่อคนต่อครั้ง มากกว่าเดิมเฉลี่ย 1,000 กว่าบาท รองรับปริมาณผู้อยู่อาศัยในย่านดนี้ประมาณ 1.3 ล้านคน
Longevity Ecosystem ประกอบด้วย 3 Key Drivers ได้แก่
1. Longevity Wellness – Health is the New Wealth
ข้อมูล The 1 Insight ระบุว่า ปี 2026 เป็นยุค Active Lifestyle คนลงทุนด้านสุขภาพเพื่อ Longevity, Preventive Health และพัฒนา Performance ผู้บริโภคมองสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว ทำให้เกิด Wellness Spending ใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิต Global Wellness Institute ระบุว่าตลาด Health & Wellness ของประเทศไทยเติบโตสูงถึง 28.4% ครองอันดับ 1 ในกลุ่มตลาดสุขภาพชั้นนำของโลก เพิ่มจาก 31.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2565 เป็น 40.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566
2. Longevity Living ภายใต้แนวคิด "Quality Time is the New Luxury"
การใช้เวลาได้อย่างมีคุณภาพ คือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดี จุดแข็งของ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ คือการเป็น Mixed-use ที่เชื่อมโยง Retail กับ Residential ในอนาคต รวม Wellness, Green Space, Community และ Pet-friendly Space บนทำเลศักยภาพ รายล้อมด้วยที่อยู่อาศัย สถานศึกษา โรงพยาบาลชั้นนำ และหน่วยงานราชการ เข้าถึงง่ายด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง เชื่อมต่อสถานีแยกนนทบุรี 1, ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู, ถนนสายสำคัญ, ทางด่วนศรีรัช, มอเตอร์เวย์ M81 เกิดเป็น Quality Time Ecosystem ที่ทุกกิจกรรมเกิดขึ้นได้ในที่เดียว ลดเวลาการเดินทาง และลดความเครียดการใช้ชีวิตเมือง และทำให้มีเวลาสำหรับสิ่งสำคัญมากขึ้น
3. Longevity Community : Social Connection is the New Well-being
ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า Social Connection เป็นปัจจัยของสุขภาพและการมีอายุยืน ไม่ต่างจากการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ดี หรือการนอนหลับอย่างเพียงพอ และ "ความเหงา" เป็นภัยคุกคาม เทียบเท่าสูบบุหรี่วันละ 15 มวน และเสี่ยงตายก่อนวัยอันควร 30% Longevity จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ออกกำลังกาย แต่ต้องมี Social Interaction เราจึงสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะ พูดคุย และเชื่อมต่อเป็น Community ของทุกเจเนอเรชัน รวมทั้งสร้าง Community Engagement ตลอดปี ไม่ว่าจะเป็น Run Club, Pet Club, Art Exhibition และ Signature Events
ต่อยอด Design for Longevity ผ่าน 3 แนวคิด
นางสาวจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เราตั้งใจออกแบบ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อเพิ่ม Health Span และ Life Span ให้ผู้คน เพราะคุณภาพชีวิตเกิดจากประสบการณ์เล็กๆ ที่ดีขึ้นในทุกวัน เราจึงใส่ใจทุกรายละเอียด ด้วยดีไซน์ที่ตอบโจทย์ 3 หลัก ได้แก่
1. Architect for Longevity สถาปัตยกรรมมีพลังในการสร้างความรู้สึกได้ตั้งแต่แรกเห็น เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จึงถูกออกแบบให้แตกต่างจากศูนย์การค้าแบบเดิม เริ่มตั้งแต่ Urban Oasis Façade ผสานธรรมชาติ น้ำ แสง และเมืองอย่างร่วมสมัย พื้นที่สีเขียวจากต้นไม้จริง ที่แทรกตัวอยู่ใน Façade สร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เพื่อให้ตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึง สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย รู้สึกเหมือนได้หลุดจากความวุ่นวาย และเริ่มต้นช่วงเวลาคุณภาพในทุกครั้งที่มาเยือน
2. Biophilic Philosophy เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด
Biophilic Design เพื่อดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต จนเกิดเป็น Thailand's First Outdoor-Inspired Indoor Shopping Centre พื้นที่ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะในทุกมิติ เมื่อผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น เราจึงออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์ Active Lifestyle ด้วย Sport Destination ที่ครบครัน ทั้ง Jogging Track, Multi-Sport Activities
3. Tenant Mix และ Key Anchors ที่สนับสนุนไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพอย่างครบวงจร รวมถึง การใช้เวลาคุณภาพ กับตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้าง เราจึงออกแบบทุกพื้นที่ให้เอื้อต่อการใช้เวลาร่วมกัน สร้างช่วงเวลาดี ๆ ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ Biophilic Design เชื่อมคนเข้ากับธรรมชาติผ่าน 5 Sensory ได้แก่ Touch, Smell, Sight, Hear, Taste อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Sound Healing โดย คุณเจ-มณฑล จิรา นักออกแบบ Soundscape ถ่ายทอดเสียงเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายจนอยากอยู่นานขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ยังออกแบบ Journey ของการใช้พื้นที่ให้ทุกก้าวเต็มไปด้วยประสบการณ์ ผ่านแลนด์มาร์กและงานประติมากรรมที่เป็นทั้งจุดหมาย จุดพัก และพื้นที่เชื่อมโยงผู้คน อาทิ The Clouds ประติมากรรมน้ำตก, The Hill พื้นที่พักผ่อนและพบปะ และ Tree Grove พื้นที่สีเขียวสำหรับการใช้เวลาร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมี Stone Atrium โถงกลาง ตอบโจทย์การจัดอีเวนต์ Playville พื้นที่ Active Lifestyle สำหรับทุกคน และ PetVille จุดหมายของคนรักสัตว์เลี้ยง สะท้อนแนวคิดที่เชื่อว่าพื้นที่ที่ดีไม่ใช่เพียงพื้นที่ที่ผู้คนเดินผ่าน แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนอยากหยุดพัก ใช้เวลา และสร้างความทรงจำร่วมกัน
พร้อมสร้าง Longevity Community โดยออกแบบพื้นที่เพื่อส่งเสริม Social Connection ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ควบคู่กับการลด Daily Friction ด้วยการรวบรวมทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ FoodVille จุดหมายด้านอาหารสำหรับทุกวัน โซนร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และอาหารพร้อมรับประทาน ไปจนถึงโซน Sport Fashion, Health & Wellness พื้นที่ออกกำลังกาย และ Little Campus พื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว เพื่อให้ทุกคนในทุกช่วงวัยสามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างสะดวกในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนในทุกช่วงวัยสามารถใช้ชีวิต ดูแลสุขภาพ และใช้เวลาคุณภาพร่วมกันได้อย่างสะดวกในทุกวัน
ทั้งนี้ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เตรียมพัฒนาส่วนขยาย The Orchard” เพื่อเติมเต็ม Lifestyle Ecosystem รองรับการใช้ชีวิตในทุกวัน รวม Fresh Products, Morning Community และ Home & Living ไว้ในพื้นที่เดียว กำหนดเปิดไตรมาส 1 ปี 2570 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนาให้เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เป็น Everyday Third Place จุดหมายปลายทางที่ผู้คนเลือกมาใช้เวลา พักผ่อน และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกวัน
ในส่วนของ The Orchard นี้ เป็นเสมือนตลาดเช้า จะเป็นอาคารสูง 6 ชั้น ซึ่ง 2 ชั้นล่างเป็นตลาดเช้า พื้นที่ 80,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดปีหน้า
คัดสรร Wellness Anchors และแบรนด์ต่างๆ กว่า 300 แบรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย
The1 Insight พบว่า ผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสุขภาพมากขึ้น แต่ละเจนเนอเรชันมีความต้องการที่ต่างกัน เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จึงคัดสรรแบรนด์และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์แต่ละช่วงวัย
• Gen Y: มองฟิตเนสเป็นพื้นที่สร้างคอมมูนิตี้ ยอดใช้จ่ายเติบโตกว่า 2 เท่า Fitness First จึงพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่ Refined ที่มาพร้อม Pilates Studio และ HYROX Training Club
• Gen Z: ใช้กีฬาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตัวตนและไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้สินค้าเทนนิสมียอดใช้จ่ายเติบโตสูงสุดถึง 5 เท่า Supersports จึงเสริมประสบการณ์ผ่านบริการขึ้นเอ็นไม้แร็กเก็ต และ D-Sports Stadium สปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์จากญี่ปุ่น รวมโซนกิจกรรมไว้กว่า 30 รูปแบบ (ปีนผา, เบสบอล, พิกเคิลบอล,) รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
• Gen X & Silver Gen: ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสื่อมและการดูแลสุขภาพในระยะยาว เราจึงนำ Flex Rehab คลินิกกายภาพและฟื้นฟูร่างกาย รวมถึง Beauty Aesthetics เข้ามาเติมเต็มการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Preventive Health พร้อมต่อยอดสู่การใช้ชีวิตในบ้าน โดย Power Buy นำเสนอ Home Solutions และ Smart Health Devices เช่น Smart Watch ซึ่งช่วยให้ทุกคนในครอบครัวสามารถติดตามและดูแลสุขภาพได้ในชีวิตประจำวัน
• ตอบโจทย์ทุกเจนด้วยการสร้าง Food Lifestyle Destination แห่งใหม่ของย่าน คัดสรรแบรนด์ร้านอาหารที่ตอบโจทย์ทุกเจน First Time in Thailand : ซอลบิง บิงซู, Sour Little 7 (ต้มปลาผักกาดดองจากเซี่ยงไฮ้) รวมทั้ง Tops Food Hall, Bonchon, Bottomless, Chagee, Eat Am Are, Fam Time, Gong Cha, Gyu-Kaku, Joe's Wing, Katsu Midori, Momo Paradise, Saemaeul Express, Shabu Baru, Solsot, Sour Little, The Stone และเกศเตี๋ยว พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่อย่าง Sizzler Special สลัดบาร์เสิร์ฟผักพรีเมียม, Real Nose Tea
• Family Destination: Kidzooona, SF Cinema – The Prestige Cinema และ B2S