กรมทรัพย์สินทางปัญญา ติวผู้ประกอบการ นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ เตรียมความพร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลงกรุงเฮก ยื่นคำขอรับความคุ้มครองแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผ่านคำขอระหว่างประเทศเพียงครั้งเดียว แต่สามารถขอรับการคุ้มครองได้ใน 90 ประเทศ ช่วยลดต้นทุน ระยะเวลา ทำให้ผลงานไทยได้รับคุ้มครองเร็วขึ้น เตรียมลงพื้นที่แนะนำอีกใน 3 ภูมิภาคทั่วประเทศ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเปิดประชุมวิชาการ “ก้าวสู่เวทีโลก : การเตรียมความพร้อมการจดทะเบียนแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ ภายใต้ความตกลงกรุงเฮก” ที่มีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมออกแบบ ผู้แทนสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมเข้าร่วม ว่า กรมได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมภาคีความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ว่าด้วยการจดทะเบียนระหว่างประเทศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ภายใต้องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายสิทธิบัตร พัฒนาระบบสารสนเทศและบริการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากล
ทั้งนี้ หากไทยเข้าเป็นภาคีความตกลงดังกล่าว ผู้ประกอบการไทยจะสามารถยื่นคำขอรับความคุ้มครองแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในประเทศที่เป็นภาคีสมาชิก ซึ่งมีอยู่กว่า 90 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ ผ่านคำขอระหว่างประเทศเพียงครั้งเดียว ช่วยลดขั้นตอน ระยะเวลา และต้นทุนในการดำเนินการ พร้อมเพิ่มโอกาสให้ผลงานออกแบบของไทยได้รับความคุ้มครองและต่อยอดสู่ตลาดสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“นอกจากการปรับปรุงกฎหมายสิทธิบัตรและพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องแล้ว กรมยังให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบการจดทะเบียนแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดประชุมวิชาการ และนำผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่หลักเกณฑ์การขอรับความคุ้มครอง ขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียน การบริหารจัดการคำขอ ตลอดจนแนวทางการใช้ระบบดังกล่าวเพื่อคุ้มครองผลงานออกแบบในหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยต่อยอดผลงานสร้างสรรค์ของไทยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า และส่งเสริมภาคธุรกิจไทยให้สามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ”นางอรมนกล่าว
นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการเสวนาในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่รัฐภาคีภายใต้ความตกลงกรุงเฮกฯ ผ่านมุมมองผู้ประกอบการ” โดยเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการกำหนดนโยบายและแนวทางเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
ภายหลังการประชุมวิชาการที่กรุงเทพฯ แล้ว กรมจะเดินหน้าจัดงานดังกล่าวต่อเนื่องในอีก 3 ภูมิภาค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์สูง ได้แก่ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 9 ก.ค.2569 ภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 23 ก.ค.2569 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 3 ส.ค.2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ได้เข้าถึงองค์ความรู้และมีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่ระบบการจดทะเบียนแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ อันจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็งในเวทีการค้าโลก
ปัจจุบันการสร้างสรรค์และคุ้มครองงานออกแบบในไทยได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติในช่วง 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในไทยกว่า 3,179 คำขอ เพิ่มขึ้น 5.79% ซึ่งคำขอส่วนใหญ่เป็นของผู้ยื่นชาวไทย มีสัดส่วนถึง 60% ขณะที่คำขอของผู้ยื่นจากต่างชาติคิดเป็น 40% สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการ นักออกแบบ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาของไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น พร้อมทั้งมีศักยภาพในการสร้างสรรค์งานออกแบบที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม