xs
xsm
sm
md
lg

วิเคราะห์ RWA ปี 2569 สินทรัพย์กว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์นิ่งสนิท สะท้อนตลาดไร้สภาพคล่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายงานวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์จริงของระบบโทเคนไนเซชันประจำปี พ.ศ. 2569 เผยตัวเลขชวนตื่นตะลึงเมื่อมูลค่าสินทรัพย์ทางเลือกในโลกจริง หรือ RWA บนระบบบล็อกเชนกว่าครึ่งหนึ่งจากมูลค่าตลาดรวมกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ตกอยู่ในสภาพนิ่งสนิทไร้ธุรกรรมการโอนรายสัปดาห์ สะท้อนภาพจำลองของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่แท้จริงว่ามีขนาดเล็กกว่าตัวเลขหัวข้อข่าวที่เคยปั่นกระแสกันอย่างสิ้นเชิง การแยกแยะระหว่างสินทรัพย์ประเภท Distributed ที่หมุนเวียนได้จริง กับ Represented ที่เป็นเพียงบันทึกภายใน กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชี้ชวนให้ผู้เชี่ยวชาญหันมามองว่า อนาคตของอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสรรหาสินทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนเพิ่มขึ้น หากแต่อยู่ที่การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างสภาพคล่องที่จับต้องได้จริง

กระแสการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้เป็นโทเคนดิจิทัล หรือ Real World Asset Tokenization ที่เคยได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะเข้ามาปฏิวัติโลกการเงินและการลงทุน กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันเยือกเย็นจากข้อมูลเชิงประจักษ์ล่าสุด

บทวิเคราะห์พิเศษจาก BeInCrypto ภายใต้หัวข้อรายงานภาวะโทเคนไนเซชันที่แท้จริงในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งทำการติดตามและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากกว่า 7,000 รายการ ครอบคลุมสินทรัพย์ 12 ประเภท คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ทำลายความเชื่อเดิมๆ ลงอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากผลการสำรวจพบว่าธุรกรรมบนบล็อกเชนที่เกิดขึ้นจริงนั้นเบาบางและจำกัดวงแคบกว่าตัวเลขมูลค่าตลาดที่แสดงให้เห็นในเบื้องต้นเป็นอย่างมาก

สิ่งที่น่าจับตาคือ เมื่อตรวจสอบเจาะลึกในกลุ่มสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเกินกว่า 100,000 ดอลลาร์ จำนวนทั้งสิ้น 1,289 รายการ ปรากฏว่ามีสินทรัพย์ถึง 910 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 32.9 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 56 เปอร์เซ็นต์ของตลาดที่ไม่มีบันทึกธุรกรรมการโอนย้ายใด ๆ เลยในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้เหลือสินทรัพย์ที่ยังคงมีการเคลื่อนไหวหมุนเวียนในระบบเพียง 379 รายการเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเชิงรุกที่แท้จริงอยู่ที่ 26.2 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ในแวดวงการเงินโทเคนไนเซชัน กล่าวคือ สินทรัพย์เหล่านั้นถูกนำขึ้นสู่ระบบบล็อกเชนสำเร็จก็จริง แต่กลับไม่ได้ถูกนำไปซื้อขาย เปลี่ยนมือ หรือใช้ประโยชน์ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอื่นอย่างที่ควรจะเป็น
บทวิเคราะห์แยกแยะโครงสร้างสินทรัพย์ออกเป็นสองประเภทเพื่อความชัดเจน ประการแรกคือสินทรัพย์กลุ่ม Distributed ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลที่สามารถเคลื่อนย้ายบนเครือข่ายบล็อกเชนสาธารณะ สามารถใช้งานร่วมกับกระเป๋าเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มต่างๆ ตลอดจนโปรโตคอลระบบ DeFi ได้อย่างอิสระ ประการที่สองคือสินทรัพย์กลุ่ม Represented ซึ่งทำหน้าที่เป็นเพียงสมุดบัญชีแยกประเภทภายในหรือเป็นแค่บันทึกดิจิทัลเพื่อยืนยันสถานะการถือครองสินทรัพย์ในโลกออฟไลน์เท่านั้น

ความแตกต่างในเชิงโครงสร้างนี้กลายเป็นคำอธิบายสำคัญต่อปรากฏการณ์ตลาดหยุดนิ่ง เนื่องจากมูลทรัพย์ที่นอนนิ่งไม่เคลื่อนไหวจำนวนกว่า 27 พันล้านดอลลาร์นั้น ล้วนสืบเนื่องมาจากเป็นสินทรัพย์ในกลุ่ม Represented เป็นหลัก ด้วยเหตุผลดังกล่าว การที่สินทรัพย์กลุ่มนี้มีอัตราการโอนย้ายต่ำจึงไม่ได้หมายความถึงความล้มเหลวของโครงการ หากแต่เกิดจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มุ่งเน้นให้เกิดการซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ดีปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อมูลชุดนี้สะท้อนว่าระบบการเงินแบบโทเคนยังห่างไกลจากการเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงในวงกว้าง และปริมาณกิจกรรมการซื้อขายยังคงกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์ขนาดเล็กเพียงไม่กี่ประเภท

ขณะเดียวกัน ทิศทางของอุตสาหกรรมในระยะถัดไปจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจุดโฟกัส จากเดิมที่เน้นการเร่งปริมาณการเปิดตัวสินทรัพย์ใหม่ๆ ไปสู่การเร่งรัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ การชำระดุล การควบคุมให้เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับ ตลอดจนการเข้าถึงของกลุ่มนักลงทุนรายย่อย หากปราศจากระบบควบคุมการโอนย้ายที่มีประสิทธิภาพ การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่รัดกุม การนำสินทรัพย์ไปเป็นหลักค้ำประกัน และการสร้างความลึกของตลาด สินทรัพย์โทเคนจำนวนมากก็อาจเป็นได้เพียงแค่บันทึกดิจิทัลที่ไร้ชีวิต แทนที่จะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงประสิทธิภาพและใช้งานได้จริง

สภาวการณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับภาพรวมของระบบนิเวศคริปโทเคอร์เรนซีในมิติอื่น อาทิ ความพยายามของเครือข่าย Ethereum ที่พยายามดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เข้ามาพยุงสถานการณ์ ในขณะที่ระดับราคาของเหรียญ ETH ยังคงจมดิ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดในอดีตถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ในอีกมุมหนึ่ง ความแข็งแกร่งของระบบโครงสร้างพื้นฐานได้รับการพิสูจน์ผ่านกรณีของ สตานี คูเลชอฟ (Stani Kulechov) ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Aave ที่ระบุว่าระบบสามารถรองรับการชำระบัญชีหรือการบังคับขายสินทรัพย์ค้ำประกันมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ได้อย่างราบรื่นโดยไม่เกิดการสะดุดเชิงระบบ ควบคู่ไปกับความพยายามของแพลตฟอร์มอย่าง Robinhood ที่ตั้งเป้าหมายจะส่งมอบโอกาสการลงทุนในกองทุนนอกตลาดให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปอย่างเท่าเทียม ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลประวัติศาสตร์โดย อดัม แบ็ค (Adam Back) เกี่ยวกับอีเมลของ ซาโตชิ (Satoshi) ที่ชวนให้หวนคิดถึงอุดมการณ์เริ่มแรกของ บิทคอยน์

กล่าวโดยสรุป มายาภาพของตัวเลขมูลค่าตลาด RWA ที่สูงลิ่วถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ไม่อาจใช้เป็นมาตรวัดความสำเร็จของอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีได้อีกต่อไป ตลาดทุนยุคดิจิทัลกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการพิสูจน์มูลค่าที่แท้จริงจากปริมาณการใช้งานและสภาพคล่อง และนั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มและสถาบันการเงินต้องตีให้แตก หากต้องการเปลี่ยนบันทึกตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอให้กลายเป็นกระแสเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจริง