xs
xsm
sm
md
lg

โตโยต้าอ่วม!พิษสงคราม-ตลาดจีน ยอดขายทั่วโลกพ.ค.ตก4เดือนซ้อน อีวีสวนทางโต170%-ตระกูลbZมาแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางและการแข่งขันในจีนฉุดยอดขายทั่วโลกของโตโยต้าลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ในเดือนพ.ค.
โตโยต้าเผยยอดขายทั่วโลกประจำเดือนพฤษภาคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สะท้อนดีมานด์ทรุดดิ่งในจีนที่เป็นผลจากภาวะน้ำมันแพงท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ยอดขายอีวีทั่วโลกโตกระฉูดถึง 170% โดยตระกูล bZ กำลังมาแรงในหลายตลาดสำคัญ

โตโยต้า ค่ายรถใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันจันทร์ (29 มิ.ย.) ว่า ยอดขายทั่วโลกในเดือนพ.ค. ลดลง 7.2% อยู่ที่ 834,279 คัน ซึ่งถือเป็นการลดลงติดต่อกันเดือนที่ 4 ขณะที่ยอดผลิตทั่วโลกลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยขยับลง 5.5% อยู่ที่ 765,470 คัน

ทั้งนี้ แม้อเมริกาและอิหร่านตกลงยุติความขัดแย้ง แต่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า ซ้ำมีการโจมตีเรือสินค้าเป็นระยะ ตอกย้ำว่า โตโยต้าและผู้ผลิตรถทั่วโลกยังคงต้องพึ่งพิงเส้นทางลอจิสติกส์ในภูมิภาคนี้และห่วงโซ่อุปทานที่ต้องพึ่งพาพลังงานในตะวันออกกลางอย่างมาก

สำหรับโตโยต้าที่ครองความเป็นผู้นำทั้งด้านยอดผลิตและยอดขายทั่วโลก การชะงักงันนี้บวกกับการแข่งขันที่ดุเดือดกับผู้ผลิตอีวีท้องถิ่นในจีน ถือเป็นภัยคุกคามที่อาจบ่อนทำลายสถิติผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่บริษัททำได้ในปีการเงินที่ผ่านมา

เกียวโด นิวส์รายงานว่า ยอดส่งออกจากญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลางของโตโยต้าลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนพ.ค. โดยดิ่งลงถึง 65.9% อยู่ที่ 7,323 คัน

ยอดขายในต่างประเทศลดลง 9.6% อยู่ที่ 715,898 คัน ขณะที่ยอดขายในจีนรูดลง 31.7% อยู่ที่ 102,299 คัน เนื่องจากสภาพตลาดยังคงตึงเครียด ที่อเมริกาขยับลง 0.6% อยู่ที่ 238,800 คัน ส่วนในตะวันออกกลางตกลง 38.6% เหลือ 29,568 คัน

อย่างไรก็ดี ยอดขายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 11.1% เป็น 118,381 คัน ดีมานด์โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ๆ ที่รวมถึงเอสยูวี RAV4 และอีวี bZ4X ยังคงแข็งแกร่ง

เช่นเดียวกับยอดขายในอินเดียที่พุ่งขึ้น 15.3% อยู่ที่ 30,227 คัน ซึ่งเป็นผลพวงจากมาตรการลดภาษีรถยนต์

ยอดผลิตในต่างประเทศของโตโยต้าลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว อยู่ที่ 514,882 คัน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยยอดผลิตในอเมริกาเหนือและยุโรปลดลงตามจำนวนวันทำงาน ส่วนที่จีนยอดผลิตลดลง 23% อยู่ที่ 98,536 คัน

ยอดผลิตในญี่ปุ่นขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 250,588 คัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ

โตโยต้าคาดว่า กำไรในปีการเงินปัจจุบันที่จะสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2027 มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยคาดว่า รายได้จากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 18,800 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และต่ำกว่าที่ทำได้ 23,400 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า

ไม่ใช่แค่โตโยต้าเท่านั้น ยอดขายทั่วโลกประจำเดือนพ.ค.ของฮอนด้า มอเตอร์ขยับลง 4.9% อยู่ที่ 283,623 คัน โดยที่ยอดขายในตะวันออกกลางรูดลงถึง 52%

นิสสัน มอเตอร์เผยว่า ยอดขายทั่วโลกลดลง 10.3% อยู่ที่ 229,870 คัน และยอดผลิตลดลง 8.6%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนธุรกิจอีวีของโตโยต้าสามารถโชว์ผลงานโดดเด่น กวาดยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 170% อยู่ที่ 37,313 คันในเดือนพ.ค. และในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โตโยต้าขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ได้ถึง 155,074 คัน หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 138%

bZ3X ของโตโยต้าที่ราคาเริ่มต้นราว 15,000 ดอลลาร์ ขึ้นแท่นอีวีจากบริษัทร่วมทุนที่ขายดีที่สุดในจีนประจำเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน

กระนั้น แม้โตโยต้าเริ่มมาถูกทางแล้ว แต่ BEV ยังมีสัดส่วนแค่ 7% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัทในเดือนพ.ค.

อิเล็กเทรคตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ยอดขายรถเครื่องยนต์สันดาปภายในของโตโยต้าในจีนลดลงอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพราะน้ำมันแพงอย่างเดียว แต่ยังเนื่องจากลูกค้าหันไปหา BEV ที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน อีวีตระกูล bZ ไม่ได้ฮิตแค่ในจีนเท่านั้น หลังจากเปิดตัว bZ รุ่นอัปเกรดในอเมริกา หรือที่วางจำหน่ายทั่วโลกในชื่อ bZ4X เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นนี้กลายเป็นอีวียอดนิยมอันดับ 3 ประจำไตรมาสแรกปีนี้

bZ4X ยังเป็นอีวีขายดีที่สุดในญี่ปุ่นในช่วงเวลาเดียวกัน และทำให้โตโยต้าได้ครองตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรก