xs
xsm
sm
md
lg

BYD เตรียมแซง Tesla อีกครั้งในไตรมาส 2 หลังส่งมอบรถ EV กว่า 557,000 คัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



BYD ผู้ผลิตรถยนต์จากจีน กำลังจะกลับขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วนของโลกอีกครั้งในไตรมาส 2 ปี 2026 หลังข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวมระบุว่า บริษัทส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน หรือ BEV ได้ 557,090 คัน

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่ายอดส่งมอบของ Tesla ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 396,500 คัน ในช่วงเดียวกัน หรือมากกว่า Tesla ราว 160,000 คัน

BYD กลับมาทวงตำแหน่งผู้นำจาก Tesla

ในไตรมาสแรกของปี 2026 Tesla เคยกลับมามียอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าล้วนสูงกว่า BYD เล็กน้อย

แต่สาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Tesla เพียงอย่างเดียว เพราะในช่วงนั้นยอดขายในจีนของ BYD ชะลอตัวลง หลังจีนยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่ Tesla ส่งมอบรถได้ 358,023 คัน ในไตรมาสแรก แต่ผลิตรถมากกว่าจำนวนที่ขายออกไปกว่า 50,000 คัน ทำให้มีรถค้างสต๊อกเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ตลาดต่างประเทศช่วยดันยอด BYD

การกลับมานำของ BYD ในไตรมาส 2 ได้แรงหนุนจากการขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง BYD กำลังเร่งขยายการขายในหลายภูมิภาค เช่น ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา

บริษัทแจ้งนักวิเคราะห์ว่า คาดว่ายอดขายต่างประเทศในปี 2026 อาจแตะ 1.5 ล้านคัน สูงกว่าเป้าหมายอย่างเป็นทางการเดิมที่ตั้งไว้ 1.3 ล้านคัน

ประเด็นนี้สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่า BYD ไม่ได้เติบโตจากตลาดจีนเพียงอย่างเดียว แต่กำลังใช้ตลาดต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่

ตัวเลขนี้นับเฉพาะรถไฟฟ้าล้วน

ยอดส่งมอบ 557,090 คัน ของ BYD ในครั้งนี้นับเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าล้วน หรือ BEV เท่านั้น 

นี่จึงเป็นการเปรียบเทียบแบบตรงตัวกับ Tesla เพราะ Tesla ขายเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าล้วน หากรวมรถปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV เข้าไปด้วย ยอดขายรถพลังงานใหม่ทั้งหมดของ BYD จะสูงกว่านี้อีกมาก

ในปี 2025 BYD เคยมียอดขายรถไฟฟ้าล้วนทั่วโลก 2,256,714 คัน ขณะที่ Tesla ทำได้ 1,636,129 คัน ทำให้ BYD นำ Tesla มากกว่า 620,000 คัน ตลอดทั้งปี

BYD เริ่มกดดัน Tesla นอกจีนมากขึ้น

การแข่งขันระหว่าง BYD และ Tesla ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีนอีกต่อไป 

รายงานระบุว่า BYD สามารถทำยอดขายในยุโรปสูงกว่า Tesla ได้หลายเดือนติดต่อกัน รวมถึงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่บางประเทศของยุโรป

ขณะเดียวกัน ยอดจดทะเบียนรถ Tesla ในหลายประเทศของยุโรปยังคงลดลงต่อเนื่อง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่การกลับมานำของ BYD ในไตรมาส 2 ถูกจับตามอง เพราะสะท้อนว่าการแข่งขันของรถ EV กำลังขยายจากจีนไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น

ต้องรอตัวเลขจริงจาก Tesla

Tesla มีกำหนดประกาศยอดส่งมอบไตรมาส 2 อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 

นักวิเคราะห์ Wall Street คาดว่า Tesla จะส่งมอบรถได้ราว 406,000 คัน ขณะที่ Bloomberg ประเมินไว้ที่ประมาณ 396,500 คัน

นักวิเคราะห์มองว่า Tesla อาจทำได้ดีกว่าคาด และอาจแตะระดับ 450,000 คัน จากการเร่งระบายรถค้างสต๊อกในไตรมาสก่อน แต่ถึงแม้ Tesla จะทำได้ถึง 450,000 คันจริง BYD ก็ยังมียอดส่งมอบรถไฟฟ้าล้วนมากกว่าประมาณ 100,000 คัน

ทำไมข่าวนี้ถึงน่าสนใจ

ประเด็นสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่แค่ BYD แซง Tesla ในไตรมาสเดียว แต่คือช่องว่างระหว่างทั้งสองบริษัทเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ

Tesla ยังเป็นแบรนด์ EV ที่แข็งแรงมากในระดับโลก แต่ในด้านปริมาณยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน BYD กำลังขึ้นมาเป็นผู้นำที่ชัดเจนกว่าเดิม

สำหรับตลาดรถ EV โลก นี่สะท้อนว่าการแข่งขันไม่ได้มี Tesla เป็นศูนย์กลางเพียงรายเดียวอีกต่อไป แต่ผู้ผลิตจีนอย่าง BYD กำลังมีบทบาทมากขึ้นทั้งในจีน ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา

อ้างอิง: Electrek / Bloomberg