ตัวเลขอาชญากรรมมุ่งเป้าผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในฝรั่งเศสพุ่งทะยานอย่างน่าตกใจ ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยสถิติครึ่งแรกของปี 2569 พบเหตุลักพาตัวและกรรโชกทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับคริปโทเคอร์เรนซีถึง 77 คดี ซึ่งเป็นตัวเลขที่แซงหน้าสถิติรวมของปี 2568 ไปแล้วอย่างสิ้นเชิง สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงนี้บีบให้รัฐบาลต้องงัดมาตรการฉุกเฉินและแผนรับมือ 3 ระดับขึ้นมาปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าฝรั่งเศสกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของปัญหา สืบเนื่องจากความนิยมในการลงทุนคริปโตที่สูงถึง 11% ของประชากร ตลอดจนผลพวงจากเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลครั้งใหญ่ในอดีต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ลอรองต์ นูเญซ (Laurent Nuñez) ออกมาส่งสัญญาณเอาจริงในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปยังนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากมีการยืนยันข้อมูลว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีเหตุการณ์ลักพาตัว กรรโชกทรัพย์ หรือพยายามกรรโชกทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดขึ้นถึง 77 ครั้ง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสถิติตลอดทั้งปี 2568 มีคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นเพียง 45 ครั้งเท่านั้น
การเปิดเผยข้อมูลระดับวิกฤตนี้เกิดขึ้นระหว่างการหารือกับสมาคมเพื่อการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ADAN โดย ลอรองต์ นูเญซ กล่าวยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงและข้อกังวลของทุกฝ่ายเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล พร้อมรับปากที่จะเพิ่มการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ ปัจจุบันฝรั่งเศสกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่อันตรายที่สุดสำหรับภัยคุกคามที่เรียกว่า Wrench Attacks หรือการที่คนร้ายใช้กำลังทางกายภาพบังคับข่มขู่ให้เหยื่อโอนคริปโตให้ อันเป็นผลมาจากชาวฝรั่งเศสประมาณ 11% หรือราว 7.3 ล้านคน มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในครอบครอง
สอดคล้องกับรายงานของบริษัทรักษาความปลอดภัยบนบล็อกเชน CertiK เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งระบุชี้ชัดว่าอาชญากรรมประเภทนี้ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 41% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยพื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรป บริษัทดังกล่าวยังวิเคราะห์เจาะลึกว่า ฝรั่งเศสคือจุดศูนย์กลางของการโจมตี สืบเนื่องจากการเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมหลายแห่ง ผนวกกับวัฒนธรรมการเปิดเผยตัวตนและโชว์ความมั่งคั่งที่ฝังรากลึกในชุมชนผู้ใช้งาน รวมถึงผลกระทบโดยตรงจากการรั่วไหลของข้อมูลละเอียดอ่อนหลายต่อหลายครั้ง
ย้อนกลับไปในเดือนมกราคม 2568 เดวิด บัลแลนด์ (David Balland) ผู้ร่วมก่อตั้ง Ledger ผู้ผลิตกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์สัญชาติฝรั่งเศส และหุ้นส่วนของเขา เคยตกเป็นเหยื่อการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกเข้าช่วยเหลือได้สำเร็จ บริษัท Ledger เองก็เคยเผชิญกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของอุตสาหกรรมเมื่อปี 2563 ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 270,000 รายการหลุดรอดออกไป นำมาซึ่งคลื่นการโจมตีแบบฟิชชิ่งและการบุกประชิดตัวเพื่อข่มขู่ทำร้ายร่างกายที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางการฝรั่งเศสจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เปิดตัวแพลตฟอร์มป้องกันเฉพาะกิจและระบบแจ้งเตือนภัยพร้อมคุ้มครองอย่างรวดเร็วสำหรับผู้ถือครองคริปโตและผู้ประกอบการวิชาชีพเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้ว 724 ราย มาตรการฉุกเฉินเชิงรุกนี้ส่งผลให้มีการจับกุมผู้กระทำผิดไปแล้วถึง 200 ราย ยกตัวอย่างเช่น กรณีการจับกุมคนร้ายรายหนึ่งได้ภายในเวลาเพียง 8 ชั่วโมงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความสำเร็จจากการที่เหยื่อใช้สายด่วนระบุตัวตนฉุกเฉินแจ้งเหตุได้ทันท่วงที
ท้ายที่สุด รัฐมนตรีมหาดไทยได้ประกาศกร้าวถึงการผลักดันแผนงาน 3 ส่วนที่ทะเยอทะยานและเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับภาคธุรกิจคริปโต แผนการจัดระเบียบครั้งใหญ่นี้ครอบคลุมถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองที่รัดกุมขึ้น เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรกลุ่มนี้มักมีฐานที่มั่นและแหล่งฟอกเงินอยู่ในต่างประเทศ พร้อมทั้งกระชับความร่วมมือเชิงลึกกับ ADAN และบูรณาการการทำงานเชิงปฏิบัติการระหว่างหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด เพื่ออุดช่องโหว่และกวาดล้างภัยคุกคามในโลกการเงินยุคใหม่ให้สิ้นซาก