xs
xsm
sm
md
lg

เจาะกลยุทธ์ดัน “อีสาน” สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เฉียดแสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การตลาด - เจาะลึกกลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อีสาน ทำอย่างไร่ให้มูลค่าทะลุเฉียดแสนล้านบาทได้ หรือคิดเป็น 5.15% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภาค หรือ GRP เปิดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก อาหาร ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการออกแบบ เผยภาคอีสานยังมีธุรกิจสร้างสรรค์รวม 7,118 ราย และแรงงานสร้างสรรค์กว่า 76,306 คน


ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก การแข่งขันด้านการลงทุน และการแสวงหาพื้นที่ศักยภาพใหม่ของประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน จากภูมิภาคที่เคยถูกมองผ่าน ‘ภาพจำเดิม’ สู่การเป็น ‘พื้นที่แห่งโอกาส’ ทางเศรษฐกิจ การลงทุน และนวัตกรรมสร้างสรรค์แห่งอนาคต

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านเทศกาล “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” หรือ ISAN Creative Festival 2026 (ISANCF2026) ภายใต้ธีม “นอร์ทอีสเดิ้น : NORTHEAST MODERN พร้อมสรรพ | ปรับตัว | ม่วนมิตร” ซึ่งจัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA โดยมูลค่าของเศรษฐกิจสร้างสรรค์อีสาน (ปี 2567) มีมูลค่าสูงถึง 97,278 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในฐานะเครื่องยนต์ใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค


*** CEA เจาะลึกกลยุทธ์การสร้างเศรษฐกิจเมืองที่มาจาก “พลังท้องถิ่น”
นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ CEA ขอนแก่น กล่าวว่า “อีสานไม่ใช่ภูมิภาคที่ขาดแคลน แต่เป็นภูมิภาคที่ร่ำรวยไปด้วยโอกาส”

ปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยรวมในภาคอีสานมีมูลค่า 97,278 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.15 เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภาค หรือ GRP โดยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อาหาร ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการออกแบบ ตามลำดับ

นอกจากนี้ ภาคอีสานยังมีธุรกิจสร้างสรรค์รวม 7,118 ราย และแรงงานสร้างสรรค์กว่า 76,306 คน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงฐานทุนสร้างสรรค์ของภูมิภาคที่สามารถต่อยอดผ่านการจัดเทศกาลฯ ในฐานะกลไกสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่ ผ่านการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมาย ได้แก่ คอนเทนต์ อาหาร การออกแบบ คราฟต์ และดนตรี เข้ากับทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ทรัพยากรท้องถิ่น และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้และยั่งยืนในระยะยาว

“ในปีที่ 6 ของ ISAN Creative Festival เราเชื่อมั่นว่าเทศกาลฯ ได้เติบโตเป็นระบบนิเวศสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอีสานสู่การเป็น ‘Creative Gateway’ หรือ ‘ประตูแห่งโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจของประเทศ’ เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และโอกาสการลงทุน พร้อมสร้างแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิด” นายสักก์สีห์ กล่าว


ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เทศกาลฯ ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ทั้งด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจสร้างสรรค์ และการจ้างงาน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมกว่า 2,277 ล้านบาท ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ที่ร่วมกันเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการและนักลงทุนได้มาเชื่อมโยงและเติบโตไปด้วยกัน

*** ยกระดับสู่แพลตฟอร์มธุรกิจ เปิด “ประตูบานใหญ่” สู่ลุ่มน้ำโขง
ตลอดระยะเวลาการจัดเทศกาลที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงาน แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาค เกิดผลงานสร้างสรรค์ที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง เช่น สาวะถีกู๊ด, Made In Kangsadan, Made In Sri Chan, ผลงานออกแบบ จักรวาลงานคราฟต์สายมู 20 ผลงาน กับ 15 นักออกแบบ, เกษตรปังพลังคิด, สถาบันปลาร้า, Kupper Art Fes ต่อเนื่อง 3 ปี, ISAN Creativity and Innovation Summit 2026 มหกรรมงานแสดงผลงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมแห่งภูมิภาคอีสาน, อีสานโชว์เคสตั้งแต่ปี 2023 และขยายการเติบโตสู่ อีสานสตูดิโอโชว์เคส 2026 ฯลฯ โดยมีนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการกว่า 7,467 ราย จาก 20 จังหวัดภาคอีสานและต่างประเทศ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายความร่วมมือและการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยผลกระทบดังกล่าว ทำให้เทศกาลฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Business Matching อย่างจริงจัง ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมบันเทิงและคอนเทนต์ 2) อุตสาหกรรมหัตถกรรม ศิลปะและการออกแบบ และ 3) อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างพื้นที่การซื้อขาย การลงทุน การร่วมทุน และการต่อยอดธุรกิจ


นอกจากนี้ อีสานไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยแต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญสู่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งมีประชากรรวมกว่า 200 ล้านคน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงของภูมิภาค และถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปีนี้เทศกาลได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศกว่า 13 ประเทศ เช่น จีน, สหรัฐอเมริกา, ไต้หวัน, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เมียนมา, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, บรูไน, สิงคโปร์, และลาว สะท้อนบทบาทของอีสานที่กำลังก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเป็นประตูสำคัญในการเชื่อมประเทศไทยสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

วิสัยทัศน์ดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านโปรแกรมไฮไลต์ของเทศกาลที่มุ่งเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น
1. Serve Isan: เรื่องราวและอัตลักษณ์ของอีสานสู่โลกของเกมเป็นครั้งแรก
2. ZAAP System: ถอดรหัสความแซ่บของอาหารอีสานสู่บทสนทนาเรื่องอาหารระดับโลก
3. อีสานเรนนี่สีสัน (Isan Rainy Season): มองฤดูฝนในมุมใหม่ เปลี่ยนช่วง Low Season ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่


ขณะเดียวกัน CEA ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา “เมือง” ในฐานะรากฐานสำคัญในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการขับเคลื่อนย่านสร้างสรรค์ ศรีจันทร์ และกังสดาล ให้เป็นพื้นที่ที่ดึงดูดธุรกิจใหม่ และการลงทุนในอนาคต ผ่านโปรแกรม “เมืองดีย์ อะไรก็ดีย์” ที่ชวนมองบทบาทของย่านและเมืองในฐานะกลไกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ เพราะเมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าท่องเที่ยว คือรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

*** เชื่อมพลังทุกภาคส่วน สู่ภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต
สำหรับนายสักสีห์ ความสำเร็จจากการจัดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง คือการทำให้ผู้คนทั้งในและนอกภูมิภาคได้มองเห็น “DNA อีสาน” ที่สะท้อนผ่าน “อีสานยุคใหม่” ที่เต็มไปด้วยโอกาส พื้นที่แห่งการลงทุน มากไปกว่านั้นได้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภูมิภาคบ้านเกิดของตนเอง และพหุภาคีเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน (Collective Survival) เพื่อผลักดันให้อีสานก้าวสู่การเป็นภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต
ล่าสุดสำหรับการจัดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” ระหว่างวันที่ 11 - 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 - 21.00 น. ใน 4 พื้นที่หลักของจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วภาคอีสาน

ทั้งนี้ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ (Isan Creative Festival: ISANCF) จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2562 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับเครือข่ายนักออกแบบศิลปินผู้ประกอบการและภาคประชาสังคมในภาคอีสาน มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนอีสานได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ผ่านศิลปะ การออกแบบ ดนตรี อาหาร เทคโนโลยี และงานชุมชน พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองด้วยวัฒนธรรมในระดับภูมิภาค อีกทั้งยังมุ่งเชื่อมโยงทุนวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจใหม่ โดยต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การเป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตได้จริง ตลอดจนเป็นหนึ่งในเทศกาลสร้างสรรค์ระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายนานาชาติ เช่น World Design Weeks และเครือข่าย UNESCO Creative Cities Network เพื่อผลักดันเมือง “ขอนแก่น” ให้ก้าวสู่การเป็น Creative City ระดับโลก