xs
xsm
sm
md
lg

IAA เคาะกรอบ SET ปี 69แตะ 1,619 จุด รับอานิสงส์ Fund Flow ไหลเข้า กระแส Data Center บูม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สมาคมนักวิเคราะห์ฯ (IAA) กางโพลครึ่งหลังปี 2569 มองเศรษฐกิจ-ตลาดทุนไทยฟื้นตัวแกร่ง ชูอานิสงส์มาตรการรัฐ-กระแสลงทุน Data Center คาดเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 2569 ทะยานแตะ 1,619 จุด Fund Flow ไหลเข้า แนะ 5 หุ้นเด่น ADVANC, AOT, BH, GULF และ KBANK เตือนเลี่ยงกลุ่มพลังงาน


นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน จำนวน25บริษัท เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี2569โดยผลสำรวจสะท้อนว่าผู้ตอบส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย โดยเชื่อว่าปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีและData Centerจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทุนไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างใกล้ชิด

สำหรับสมมติฐานหลัก ประกอบด้วย ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยของปีนี้84.80เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นแรง รวมถึงคาดการณ์ราคาน้ำมันครึ่งปีหลัง ซึ่งหากราคาน้ำมันปรับตัวลงก็จะเป็นปัจจัยบวก ขณะที่สมมติฐานGDPปี69ผู้ที่คาดต่ำสุดที่1.5%และผู้คาดสูงสุดที่2.7%โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่1.93%ปรับขึ้นจากเดิมที่1.72% (เม.ย.69) Risk Free Rateที่ใช้ในการประเมินมูลค่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่2.11% Risk Premiumของตลาดหุ้น เฉลี่ยอยู่ที่7.80%

*ปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนจนถึงสิ้นปี2569แบ่งเป็น

+ปัจจัยบวก

นำโดยกระแสเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย (Fund Flows)ซึ่งมีผู้ตอบ 92%รองลงมาคือกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีAIและsupply ChainของAIที่ได้รับคะแนนเสียงเชิงบวก88%

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจ80%มองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯอิหร่านอิสราเอลที่บรรเทาลง อาจส่งผลบวกต่อตลาดทุนไทยผ่านการโยกย้ายเงินลงทุนและการปรับพอร์ตการลงทุนในภูมิภาค ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในปี2569ยังได้รับมุมมองเชิงบวกในระดับสูงเท่ากันที่76%

-ปัจจัยลบ

ผู้ตอบให้น้ำหนักกับปัจจัยภายนอกประเทศเป็นสำคัญ โดยการลดหรือยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)ของประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก ถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงสูงสุดต่อการลงทุนในตลาดทุนไทย โดยมีผู้ตอบ68%รองลงมาคือทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ มีผู้ตอบ 56%ส่วนปัจจัยที่เหลือมีผู้ตอบว่าเป็นลบไม่ถึง 50%ของผู้ตอบ

ทั้งนี้ปัจจัยที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในไตรมาส3/68คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ และ ทิศทางดอกเบี้ย เงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ด้านคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นปี2569มีนักวิเคราะห์100%มองว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่1%ตลอดทั้งปี

ด้านประมาณการผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน นักวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรต่อหุ้น (EPS)ของตลาดปี2569 จะเฉลี่ยอยู่ที่96.04บาทปรับเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อน ซึ่งอยู่ที่87.64บาท ต่อหุ้นและคาดว่าEPS Growthเฉลี่ยอยู่ที่10.20%สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในปีหน้า ทางด้านคาดการณ์ทิศทางหุ้นไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางบวก คาดว่าจะปิดสิ้นไตรมาส3/69ที่1,608จุดและ เมื่อมองตลอดปี จะแกว่งตัวในกรอบ1,496ถึง1,655จุด โดยไปปิดสิ้นปี2569ที่1,619จุด

*แนะกระจายพอร์ตลงทุน แบ่งเป็น

- เงินสดและเงินฝากระยะสั้น10.60%
- กองทุนตราสารหนี้16.40%
- หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ29.60%
- หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย26.60%
- ทองคำหรือกองทุนทองคำ10%
- กองทุนอสังหาฯหรือREIT6.4%
- สินทรัพย์อื่นๆเช่น สินทรัพย์ทางเลือก หรือกองทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่0.40%

โดยความเห็นต่อการลงทุนหุ้นต่างประเทศ / กองทุนหุ้นต่างประเทศ แนะนำกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะAIและSemiconductorในตลาดสหรัฐฯ และเอเชีย (ญี่ปุ่น/เกาหลี) ควบคู่ไปกับการกระจายความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มHealthcareและกลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive)

ทั้งนี้มีหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการลงทุนต่างประเทศและทองคำ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (DR)ที่แนะนำตรงกันตั้งแต่5สำนักขึ้นไป มีดังนี้(เรียงชื่อตามอักษรย่อ) ได้แก่AAPL80,GOOG80 , MICRON80และNVDA80

สำหรับในการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหมวดการท่องเที่ยว พาณิชย์/ค้าปลีก การแพทย์ ธนาคาร ไฟแนนซ์ อาหารและเครื่องดื่ม ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดพลังงานและปิโตรเคมี

*แนะ 5 หุ้นเด่น ที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่4สำนักขึ้นไป (เรียงชื่อตามอักษรย่อ)

1. ADVANCเป็นหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)ที่เติบโตอย่างมั่นคงล้อไปกับปริมาณการใช้งานข้อมูล (Data)และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับระบบAIรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศ

2. AOTได้รับผลบวกโดยตรงจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง (Theme Post-War Play)รวมถึงปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม ผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC)

3. BHเป็นหุ้นกลุ่มการแพทย์ที่จะได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการฟื้นตัวของคนไข้ต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนไข้จากตะวันออกกลางที่จะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)อย่างคึกคักหลังสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย

4. GULF มีแผนกลยุทธ์หนุนการเติบโตต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว มีการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดี และได้รับแรงหนุนโดยตรงจากการขยายตัวของData Centerทั่วโลกที่กระตุ้นความต้องการใช้ไฟฟ้าและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

5. KBANKแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นและการจ่ายปันผลสูง คาดว่าจะเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีอัตราการจ่ายปันผลโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม และได้รับประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในกลุ่มผู้ประกอบการSME

สำหรับหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน รวมถึง กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่มีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนตัว

นักวิเคราะห์ยังได้เพิ่มเติมการแนะนำไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายที่จะมีผลบวกต่อภาวะเศรษฐกิจ มีความคุ้มค่ากับงบประมาณ โดยกล่าวถึงมาตรการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แยกเป็น

1.เสนอให้เร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนด้านระบบคมนาคม โลจิสติกส์ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ระบบเศรษฐกิจ

2.เสนอมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน การสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน การส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่นAI, Data CenterและNew S-Curveการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI)และการสนับสนุนกลุ่มDeep Techรวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การช่วยเหลือผู้ประกอบการSMEsและการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

3.เสนอมาตรการช่วยเหลือภาคประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การลดค่าครองชีพ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อเพิ่มกำลังซื้อและการใช้จ่ายของประชาชน