ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารเพอร์มาตา ในเครือธนาคารกรุงเทพ จัดงานสัมมนา “Indonesia Investment & Trade Forum 2026” ปีที่ 2 เจาะลึกโอกาสการค้าและการลงทุนในตลาดอินโดนีเซีย เปิดปัจจัยหนุนนักลงทุนไทยบุกตลาดดาวเด่นแห่งภูมิภาค ด้วยฐานผู้บริโภคกว่า 270 ล้านคน และเศรษฐกิจที่โตเฉลี่ย 5% แม้เศรษฐกิจโลกผันผวน พร้อมชี้เป้าอุตสาหกรรมแห่งโอกาส หนุนนักลงทุนไทยสยายปีกในตลาดอินโดนีเซียให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BBL) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารเพอร์มาตา ร่วมจัดงานสัมมนา “Indonesia Investment & Trade Forum 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในธีม “Driving Growth and Creating Opportunities : Unlocking Thailand & Indonesia Trade Corridor” เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ และปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่นักลงทุนไทยไปยังตลาดอินโดนีเซีย แหล่งลงทุนดาวเด่นของภูมิภาค โดยเฉพาะในภาคการผลิต ภาคพลังงานและบริการดิจิทัล ด้วยจำนวนประชากรกว่า 270 ล้านคน ขณะเดียวกันยังรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี แม้จะต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้รัฐบาลยังปฏิรูปกฎระเบียบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดอุปสรรค เพิ่มความสะดวกในการลงทุนให้แก่ต่างชาติ ควบคู่ไปกับนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลภายในประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่นักลงทุนไทยที่ต้องการขยายการลงทุนสู่ตลาดอินโดนีเซีย
“ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ'ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ พร้อมสนับสนุนลูกค้าในทุกมิติ ผ่านเครือข่ายของธนาคารเพอร์มาตาที่มีสาขากว่า 200 แห่ง ครอบคลุม 81 เมืองสำคัญทั่วอินโดนีเซีย รวมถึงทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ การลงทุน การจัดหาพันธมิตรทางการค้า ตลอดจนการสนับสนุนทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารยังได้พาลูกค้าเดินทางไปศึกษาศักยภาพตลาดจริงในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่องให้ได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก เห็นโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจ จากประสบการณ์จริง เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกลงทุนในตลาดอินโดนีเซียได้อย่างมั่นใจ"
นางเมลิสา รุสลี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซีย ในเครือธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจของอินโดนีเซียยังคงมีความแข็งแกร่งและสามารถปรับตัวได้ดี ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ขณะเดียวกันยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาค โดยเฉพาะจากสิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ การลงทุนในอินโดนีเซียยังคงขยายตัวครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม เช่น ทรัพยากร อาหาร พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ และโทรคมนาคม
"ธนาคารเพอร์มาตาให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและภาคธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่ความไว้วางใจ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและยั่งยืน ธนาคาเพอร์มาตา มุ่งมั่นเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน โดยสนับสนุนทั้งข้อมูลเชิงลึก โซลูชันทางการเงิน และบริการที่ปรึกษา เพื่อช่วยให้นักลงทุนไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ธุรกิจในอินโดนีเซีย และสร้างคุณค่าในระยะยาว"
อนึ่ง งานสัมมนา “Indonesia Investment & Trade Forum 2026” ได้รับเกียรติ จากนายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย ร่วมกล่าวเปิดงาน ,นายโจซัว พาร์เดเด หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารเพอร์มาตา ร่วมฉายภาพรวมและมุมมองต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย
ปี 2569 และบรรยายพิเศษ “อินโดนีเซีย: โอกาสสำหรับภาคธุรกิจไทย” โดย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
**มั่นใจอินโดฯเพอร์มาตาแกร่ง**
นายชาติศิริกล่าวอีกว่า จากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ธนาคารกรุงเทพยังคงมั่นใจในศักยภาพของอินโดนีเซีย และธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซีย ในเครือธนาคารกรุงเทพ ว่าจะยังเป็นหัวหอกธุรกิจของธนาคารในต่างประเทศต่อไปได้ โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมาสินเชื่อก็เติบโตได้ดีถึง 5-6% ขณะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ และมีประชากรจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการไทยสนใจที่จะเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่องในหลายๆ Sector โดยธนาคาร และเพอร์มาตาก็มีสาขา-เครืจ่ายในการให้บริการอย่างครอบคลุม รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการอินโดนีเซียเข้ามาลงทุนในไทยด้วย
สำหรับประเทศไทยนั้น ได้ตั้งเป้าหมายจีดีพีที่ 1.5-2% โดยมองว่าไม่ว่าเป็นทางรัฐบาล หรือกระทรวงการคลังก็อยู่ระหว่างการผลักดันให้เกิดนโยบายระยะกลางและระยะยาวมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องก็จะนำไปสู่การ Transformers ได้ตามเป้าหมายในที่สุด ขณะที่ธนาคารกรุงเทพเองก็ยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ระดับ 2-3% โดยเน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และดูแลลูกค้ากลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
อินโดนีเซียปัจจุบันยังประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุน มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงถึง 5% สูงกว่าไทย 2 เท่า เป็นประเทศที่มีประชากรเป็นจำนวนมากและเป็นกลุ่มวัยทำงานเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงได้มีการแก้ไขกฎหมายต่างๆเพื่อเพิ่มความสะดวกให้มากขึ้นสำหรับการเข้าไปลงทุน จึงถือว่าเป็นหมุดหมายที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจนั้นได้มีการแก้ไขเชิงนโยบายไปเป็นลำดับ อาทิ การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เป็นต้น จึงมั่นใจว่าจะสามาีถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ในเร็วๆนี้
"ปัญหาของอินโดนีเซียที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เกิดจาก 2 เรื่องหลักๆ ก็คือปัญหานโยบายประชานิยมที่มากเกินไป กับตลาดหุ้นที่ร้อนแรงกว่าปัจจัยพื้นฐานไปซึ่งเกิดจากหุ้นไม่กี่ตัว ตอนนี้ก็ได้มีการแก้ปัญหาไปเป็นลำดับ ปัญหาของอินโดนีเซียเป็นปัญหาเชิงนโยบาย ไม่ใช่เชิงโครงสร้าง ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง เมื่อนโยบายถูกแก้ไขความเชื่อมั่นก็จะกลับมา เห็นจากทิศทางตลาดหุ้นก็เริ่มกลับมา สินเชื่อก็เติบโตได้ดี ดังนั้น ธุรกิจของธนาคารเพอร์มาตาจึงไม่ได้รับผลกระทบ สินเชื่อเติบโตได้ประมาณ 5% ดังนั้น ผลการดำเนินงานก็จะไม่ถูกกระทบมากนัก"
สำหรับประเทศไทยนั้น ปัจจัยที่ยังต้องติดตามในระยะต่อไป เป็นกรณีความแน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงกรณีความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ(NAFTA)ว่ายังคงมีต่อไปหรือไม่ และกรณีของการเมืองไทยที่เริ่มมีความคุกรุ่นในบางประเด็น ในขณะที่ Room ของนโยบายการคลังที่มีไม่มาก ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่จบ การจับตามองถึงอันดับเครดิตของไทยกับการดำเนินนโยบายทางการคลังของไทย ซึ่งก็มองว่าทางรัฐมนตรีคลังเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว