xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์” ถกม็อบต้านแลนด์บริดจ์ ตกลงยุติร่าง พ.ร.บ.SEC- ตั้ง กก.ร่วม เขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"พิพัฒน์" ถกม๊อบต้าน”แลนด์บริดจ์"ลงตัว ตกลง 5 ข้อ สั่งเบรกร่าง พ.ร.บ. SEC ตั้งคณะทำงานร่างแผนแม่บทวางรูปแบบพัฒนาศก.ภาคใต้ใหม่ ทบทวนเพิ่มปราจีนบุรี เป็นเขต EEC “ประสิทธิ์ชัย"แจ้งผล ประชาชนยุติชุมนุมแยกย้ายกลับภูมิลำเนา

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 14.20 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 สำนักงาน ก.พ. (เดิม) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สส. พรรคภูมิใจไทย และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายภาคประชาชน (SEC Watch) จำนวน 12 คน นำโดยนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เพื่อหาทางออกร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการหารือระหว่างภาครัฐและตัวแทนภาคประชาชนเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และบรรลุข้อตกลงร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐเข้าใจต่อความกังวลของภาคประชาชน ทั้งนี้การเดินหน้าพัฒนาประเทศมักจะนำมาซึ่งข้อถกเถียงระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเสมอ สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องยอมรับความจริงที่ว่า การพัฒนาประเทศย่อมสร้างผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนอย่างแน่นอน หากสังคมยังคงยึดติด ประเทศไทยอาจตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน แต่โจทย์ที่สำคัญและท้าทายที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่น้อยที่สุด และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ ทั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้หรือการสร้างท่าเรือ จะต้องมีการสงวนอาชีพสำหรับคนไทย โดยเฉพาะวิถีชีวิต "ประมงพื้นบ้าน" เอาไว้


ด้านนายประสิทธิ์ชัย แกนนำกลุ่ม SEC Watch กล่าวว่า ประชาชนมีความกังวล โดยเห็นว่าการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ มักถูกปัดฝุ่นนำกลับมาใหม่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ยกตัวอย่างพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ที่เดิมเป็นเพียงโรงงานประกอบรถยนต์ แต่เมื่อมีโครงการอย่าง EEC เข้ามา อุตสาหกรรมได้เปลี่ยนไปสู่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานผลิตยางรถยนต์ โรงหลอมเหล็ก และโรงงานเคมีภัณฑ์ ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวเรื่องการจัดการขยะและมลพิษ โดยเฉพาะบทเรียนที่กากขยะอุตสาหกรรมจากระยองถูกลักลอบนำไปทิ้งในชลบุรี ประชาชนจึงต้องการความชัดเจนและไม่ต้องการให้ภาคใต้มีรูปแบบการพัฒนา (SEC) ที่ซ้ำรอยปัญหาเดิม


จากการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่ประชุมได้ข้อสรุปและมีมติเห็นชอบร่วมกันใน 5 ประเด็นหลัก เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานต่อไป ดังนี้

1. รัฐบาลยืนยันยกเลิกการเสนอร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. .... (SEC) ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจะไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด โดยจะมีการลงนามในหนังสือข้อตกลงร่วมกันระหว่างรองนายกรัฐมนตรีฯ และตัวแทนผู้ชุมนุมเป็นลายลักษณ์อักษร

2. เดินหน้าศึกษาและรับฟังโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาฯ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ) เป็นประธาน โดยมีกำหนดระยะเวลา 90 วัน ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันความยินดีและเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

3. เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาภาคใต้ โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และ สนข. เป็นผู้แทนหลักของภาครัฐ ทำงานร่วมกับกลุ่ม SEC Watch โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ จะไม่นำรูปแบบการพัฒนาของ EEC มาใช้ในพื้นที่ภาคใต้

4. ทบทวนปัญหาการขยายพื้นที่ EEC (ปราจีนบุรี) โดยนายพิพัฒน์ จะนำเรื่องเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนการขยายเขตพื้นที่ EEC เข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีต่อไป

5. เร่งเยียวยาผลกระทบ EEC (ระยอง) กรณีปัญหาค่าชดเชยเยียวยาจากการถมทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง รองนายกรัฐมนตรีฯ จะนำปัญหาเสนอต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด


โดยนายประสิทธิ์ชัยได้ประกาศยุติการชุมนุมบริเวณประตู 2 และประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปิดการจราจรตามปกติในทันที ก่อนจะไปรวมตัวรอรับเอกสารข้อตกลงที่หน้าศาลกรมหลวงชุมพรฯ และแยกย้ายเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ได้มอบหมายให้นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดเตรียมรถโดยสารเพื่ออำนวยความสะดวกพากลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการรับฟังภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม