กรมพัฒนาธุรกิจการค้าถกสภาวิชาชีพบัญชี สภาทนายความ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินเกมรุกป้องกันปัญหานอมินีตั้งแต่ต้นทาง ขอช่วยกำชับสมาชิก ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการจัดตั้งนิติบุคคลแก่ชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจในรูปแบบนอมินี และขอให้กำหนดโทษขั้นสูงสุดแก่สมาชิกที่กระทำความผิด
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับนายเอกวัฒน์ พิริยะวรสกุล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ว่า กรมได้เชิญนายกสภาวิชาชีพบัญชี นายกสภาทนายความ ประธานคณะกรรมการจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความ นายกสมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย สมาคมสำนักงานสอบบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีตัวแทน (ประเทศไทย) สมาคมนักบัญชีไทย และผู้แทนกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เข้าร่วมหารือมาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย หลังจากตรวจสอบพบว่า มีผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางราย เป็นกลุ่มเสี่ยงที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้คำปรึกษา คำแนะนำ ช่วยเหลือ หรือเอื้อประโยชน์ให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมายในรูปแบบนอมินี เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายแก่ประเทศชาติ
ทั้งนี้ ในการหารือ กรมได้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างชาติ รวมถึงการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และผู้ประกอบวิชาชีพทนายความให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ 2 วิชาชีพ ชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพ ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการจัดตั้งนิติบุคคลที่มีลักษณะให้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินี รวมถึงการกำหนดมาตรการทางจรรยาบรรณและมารยาทต่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและผู้ประกอบวิชาชีพทนายความที่ให้ความช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ต่อชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยทุจริต โดยขอให้หน่วยงานที่กำกับดูแลทั้ง 2 วิชาชีพ กำหนดบทลงโทษขั้นสูงสุดแก่สมาชิกที่ร่วมกระทำความผิดหรือรู้เห็นเป็นใจ ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ อันเป็นการตัดต้นตอแต่ต้นของปัญหานอมินีไม่ให้ลุกลามเป็นเนื้อร้ายทำลายเศรษฐกิจประเทศในภาพรวม
“กรมมั่นใจว่า หากสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายความ ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ขอรับคำปรึกษาการเข้ามาประกอบธุรกิจ ได้ให้รายละเอียดและคำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ปัญหานอมินีที่กำลังเกิดขึ้น ทุเลาเบาบางลงหรือหมดสิ้นไป สร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเป็นธรรมแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศโดยสุจริต”นายพูนพงษ์กล่าว
สำหรับการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวมถึงนางศุภจี ที่ให้เข้มงวดกวดขันกับการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหานอมินี และให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง หารือร่วมกับ สภาทนายความ และสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
โดยบุคคลที่ให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติในการใช้ชื่อเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นถือเป็นการกระทำผิดในฐานนอมินีและมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผ่านนอมินี หรือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือยินยอมให้ใช้ชื่อตนเองถือหุ้นแทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนไม่เลิกการกระทำผิดจะมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000-50,000 บาท
ปัจจุบันมีผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี จำนวน 87,552 ราย และมีทนายความที่เป็นสมาชิกสภาทนายความ จำนวน 94,702 ราย