กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ 1 ก.ค.69 จะปรับ 2 งานบริการ การจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ห้างหุ้นส่วนและบริการ ยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เป็นรูปแบบดิจิทัล 100%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมขอแจ้งย้ำอีกครั้งถึงประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป ได้ยกระดับการให้บริการภาครัฐครั้งสำคัญ เดินหน้าสู่การให้บริการออนไลน์รูปแบบดิจิทัล 100% จำนวน 2 งานบริการ คือ 1.จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ห้างหุ้นส่วนและบริษัท ในรูปแบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียว 100% (ไม่รวมการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลง) และ 2.ยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษ สำหรับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ
โดยการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ห้างหุ้นส่วนและบริษัท จะดำเนินการผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการจดทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานกรม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเริ่มใช้บริการออนไลน์เต็มรูปแบบ กรมได้ใช้เวลา 9 เดือน (1 ต.ค.2568-29 มิ.ย.2569) เร่งพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัลให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ต้องมีความสะดวก User Friendly ที่สำคัญจะต้องมีความรวดเร็ว โดยต้องให้บริการไม่เกินกว่าระยะเวลาที่ใช้ในการยื่นแบบระบบ Walk In (กระดาษ) ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้ใช้งานหรือผู้ประกอบธุรกิจได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยสถิติผู้ใช้บริการจดทะเบียนนิติบุคคล (เฉพาะจัดตั้งใหม่) ผ่านระบบ DBD Biz Regist ในเดือน มิ.ย.2569 (1-29 มิ.ย.) มีจำนวนสูงถึง 7,146 ราย คิดเป็น 95.04% ของการจดทะเบียนตั้งใหม่ทั้งหมด ขณะที่ Walk In มีจำนวนเพียง 373 ราย คิดเป็น 4.96% ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.2568 ที่มีการจดตั้งใหม่ทางออนไลน์ 6,273 ราย คิดเป็น 76.95% ของการจดทะเบียนตั้งใหม่ทั้งหมด และ Walk In มีจำนวนถึง 1,879 ราย คิดเป็น 23.05% และปัจจุบันมีจังหวัดที่มีการใช้งานจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist แบบ 100% โดยไม่มีการใช้งานผ่าน Walk In เลย มีถึง 28 จังหวัด เช่น กระบี่ กำแพงเพชร ปัตตานี เลย หนองคาย เป็นต้น
สำหรับการยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ กรมได้ดำเนินการโดยลำดับ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 320 แห่ง มาเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน” เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญของการดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชน และกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป กรมจะยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ โดยเปลี่ยนผ่านไปสู่งานให้บริการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (BDEX: Business Data Exchange) ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลจากกรม เพื่อสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลได้โดยตรงแบบ Real Time และระบบบริการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหน่วยงานภาครัฐ (DBD e-Service for Government) เพื่อขอรับบริการหนังสือรับรอง รายการทางทะเบียนนิติบุคคล งบการเงิน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
“การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือ Data-Driven Government จะทำให้ระบบราชการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ อีกทั้งยังลดความซ้ำซ้อนของการเรียกเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ อันจะเป็นการยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งกรมได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ล่วงหน้าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.2569”
ในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมได้ให้บริการข้อมูลนิติบุคคลโดยออกหนังสือรับรองนิติบุคคลจำนวน 2.3 ล้านฉบับ คิดเป็นกระดาษถึง 9.2 ล้านแผ่น และออกสำเนาเอกสารทางทะเบียนและสำเนางบการเงินรวม 10 ล้านแผ่น รวมใช้กระดาษไปทั้งสิ้นประมาณ 19.2 ล้านแผ่นต่อปี การยุติงานบริการในรูปแบบกระดาษครั้งนี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ภาครัฐและภาคธุรกิจ การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในงานบริการที่จะยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานโลก รวมถึงสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใสให้กับชาวไทยและต่างชาติได้ด้วย