xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) อดีตวิศวกรเปลี่ยนที่ดินสร้าง "Viva Foresta Farm" ฟาร์มสัตว์ใหญ่สุดจันทบุรี ดึงคาเฟ่ป่าฝน-น้ำตกโกยลูกค้าทุกวัย จากรายได้เสริมสู่รายได้หลัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จากวิศวกรเจ้าของบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจก่อสร้าง สู่เจ้าของ "Viva Foresta Farm" ฟาร์มสัตว์และคาเฟ่ชื่อดังของจังหวัดจันทบุรี "ศุภโชค ตันติพงศ์เกิดสุข" พลิกที่ดินต่อยอดเป็นคาเฟ่กวาง ก่อนขยายตามเสียงเรียกร้องของลูกค้าจนปัจจุบันมีสัตว์กว่า 70 ชนิด กลายเป็นฟาร์มสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด พร้อมเปิดคาเฟ่ธีมป่าฝน น้ำตก และหมอกจำลอง ดึงลูกค้าทุกวัย สร้างรายได้จากค่าเข้าชมและร้านอาหาร แม้เผชิญวิกฤตโควิด-19 กลับได้รับอานิสงส์จากกระแสท่องเที่ยวใกล้บ้าน พร้อมเตรียมเปิดสวนทุเรียนและแตกไลน์ธุรกิจในอนาคต ภายใต้แนวคิด "เริ่มเล็ก ค่อยขยาย" เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน


นายศุภโชค ตันติพงศ์เกิดสุข เจ้าของ Viva Foresta Farm และ Founder บริษัท วีว่า ฟอเรสต้า จำกัด เล่าว่า เดิมทีทำงานเป็นวิศวกรเปิดบริษัทให้คำปรึกษาธุรกิจก่อสร้างและต้องการหาที่ดินปลูกผลไม้ ซึ่งหลังจากได้พื้นที่ปลูกผลไม้เป็นที่เรียบร้อยในจังหวัดจันทบุรีก็มองเห็นโอกาสในการหารายได้เสริม ซึ่งจุดเริ่มต้นของรายได้เสริมนี้เริ่มต้นจากการทำเป็นคาเฟ่กวางและขยายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วงปีแรกมีสัตว์ในคาเฟ่ 15 ชนิด และตั้งใจทำในลักษณะคาเฟ่ที่เป็นจุดเช็คอินให้ลูกค้าเข้ามาถ่ายรูปมากกว่ารูปแบบของ Mini Zoo แต่ฟีดแบกและกระแสตอบรับจากลูกค้ากลับบอกว่าต้องการให้มีสัตว์ที่หลากหลายชนิดเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้เป็นจุดเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับเด็กเพราะในจันทบุรียังไม่ค่อยมีฟาร์มสัตว์หลากหลายชนิด ทำให้เกิดการต่อยอดและขยายธุรกิจเพิ่ม ปัจจุบันมีสัตว์ในฟาร์มกว่า 70 ชนิด


วีว่า ฟอเรสต้า ฟาร์ม มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มเด็กและครอบครัว ทางฟาร์มจึงมองเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วยการเปิดคาเฟ่เพิ่ม เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานหรือกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งจุดเด่นของคาเฟ่ทางร้านจะออกแบบให้สอดคล้องกับฟาร์มสัตว์ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมเพื่อให้เชื่อมโยงเข้าหากันได้ โดยทางร้านจะมีจุดให้ลูกค้าเดินชมคือจุดป่าฝน สายหมอก น้ำตกลำธาร และมีการเปิดหมอกจำลองทุก 15 นาที ทำให้กลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้าเพิ่มได้ และสามารถเปิดคาเฟ่มาได้เป็นเวลากว่า 8 ปี ปัจจุบันคุณศุภโชคไม่ได้ทำธุรกิจเดิมแต่หันมาทำฟาร์มสัตว์และคาเฟ่เป็นอาชีพและรายได้หลัก


ความแตกต่างที่เกิดขึ้นคือการที่เจ้าของฟาร์มเลือกทำฟาร์มสัตว์และคาเฟ่มากกว่าทำสวนผลไม้ เพราะในจังหวัดจันทบุรีขึ้นชื่อเรื่องผลไม้ แต่เขาเลือกทำธุรกิจฟาร์มสัตว์ขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เรียกร้องเข้ามา จนทำให้กลายเป็นฟาร์มสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในจันทบุรี ทั้งนี้เขายังมีสวนทุเรียนที่กำลังดูแลบำรุงรักษาเพื่อเปิดให้กลุ่มลูกค้าเข้าเยี่ยมชมในอนาคตอันใกล้นี้ได้ เรียกได้ว่าเป็นความแตกต่างที่ยังไม่ทิ้งความนิยมเดิมของคนในพื้นที่เอาไว้

นอกจากนี้ในช่วงที่เปิดฟาร์มและคาเฟ่ใหม่มีลูกค้าเข้าฟาร์มกว่า 5,000 คนในช่วง 4 เดือนแรก ทำให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้หลักจะมาจากค่าเข้าชมฟาร์มสัตว์และรายได้จากคาเฟ่ ที่แบ่งเป็น 2 โซนรองรับลูกค้า ปัจจุบันค่าเข้าชมฟาร์มสัตว์อยู่ที่ 120 บาทและมีลูกค้ากลุ่มเด็กและครอบครัวกลับมาซ้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในช่วงวันเด็กและปีใหม่ของปีจะเป็นช่วงที่ลูกค้าเข้ามากที่สุด


หลังจากมีคาเฟ่เพิ่มขึ้นมาสิ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดคือกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้นิยมเข้าร้านคาเฟ่กันมากขึ้น และทางคาเฟ่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนโซนฟาร์มสัตว์ยังคงเป็นกลุ่มเด็กที่มากับครอบครัวเป็นหลัก ทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุเพิ่มมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ทางฟาร์มได้รู้จักกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธพว. หรือ SME D Bank ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเงินทุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งทางฟาร์มนำเงินทุนที่ได้มาพัฒนาและคาเฟ่ให้ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้นโดยพัฒนาโซนน้ำตกและลำธารอย่างที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ให้เข้าคาเฟ่เพิ่มขึ้น รวมถึงต่อยอดธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้


ในช่วงโควิด-19 หลายธุรกิจโดนผลกระทบจากวิกฤตครั้งใหญ่แต่ในทางกลับกัน วีว่า ฟอเรสต้า กลับได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่หลายคนกระหายการออกจากบ้าน เมื่อสามารถออกจากบ้านมาจับจ่ายใช้สอยหรือท่องเที่ยวได้ก็นิยมเข้ามาในฟาร์ม ทำให้ในช่วงโควิด-19 มีรายได้จากส่วนนี้มาหมุนเวียนในธุรกิจได้ ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนไทย 90% ต่างชาติ 10% เช่น รัสเซีย จีนและอินเดีย ซึ่งนิยมเข้าทั้งสองโซน


ทั้งนี้เมนูซิกเนเจอร์ของคาเฟ่ คือ ยำผักบุ้งกรอบ ผัดไทย และเมนูเครื่องดื่มจะนำเอาผลไม้ในสวนมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าที่เข้ามาในคาเฟ่ นอกจากนี้ยังเอาผลไม้สดมาขายด้วยบางส่วน สำหรับคาเฟ่จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00-18:00 น.


นอกจากนี้เจ้าของฟาร์มให้แนวคิดในการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไว้ว่า “ในการทำธุรกิจให้เริ่มต้นจากเล็กก่อน พยายามเรียนรู้จากคนที่เคยทำมาก่อน เมื่อทำจากขนาดเล็กแล้วได้ผลดีค่อยขยายเพิ่มให้ใหญ่ขึ้น อย่าทำอะไรที่ใหญ่ๆ เพราะในอนาคตจะลดขนาดจะเป็นเรื่องยาก รวมถึงพยายามอย่าใช้คนเยอะเกินไป ต้องวางแผนบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ให้สังเกตธุรกิจตัวเองหลังจาก 1-2 ปี จะเห็นถึงทิศทางว่าจะไปต่ออย่างไร” คุณศุภโชค ระบุ


อย่างไรก็ตามในอนาคตทางฟาร์มได้มีการวางแผนต่อยอดธุรกิจให้ไปในทิศทางของการปรับปรุงภูมิทัศน์ของฟาร์มให้ได้คุณภาพและน่าสนใจ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าฟาร์มมากขึ้น พร้อมเน้นบริการที่เป็นมิตรต่อกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ยังวางแผนแตกไลน์ธุรกิจเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในและนอกพื้นที่มากขึ้น

ติดต่อเพิ่มเติม
Facebook :
วีว่า ฟอเรสต้า ฟาร์ม - Viva Foresta Farm



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *