บี.กริม เพาเวอร์ จับมือไอเน็ต ตั้งบริษัทร่วมทุน “บี.กริม ไอเน็ต” พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีครบวงจรรายแรก มุ่งสู่อุตฯและธุรกิจแห่งอนาคตในไทยและระดับภูมิภาค
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ลงนามสัญญาร่วมทุนกับ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเน็ต ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และคลาวด์ระดับประเทศ จัดตั้ง บริษัท บี.กริม ไอเน็ต จำกัด (B.Grimm INET) โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมให้สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชัน ธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ก่อตั้งขึ้นด้วย พันธกิจที่ชัดเจน คือการส่งมอบโซลูชันที่มากกว่าไฟฟ้า ผ่านการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure-as-a-Service หรือ DIaaS) เพื่อเชื่อมโยงพลังงานเข้ากับดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ซึ่ง บี.กริม มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการไฟฟ้ากับกลุ่มอุตฯมานานกว่า 30 ปี โดยความร่วมมือกับ ไอเน็ต ในการก่อตั้งบริษัท บี.กริม ไอเน็ต จำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญของพันธกิจดังกล่าว เพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน บนโครงสร้างพื้นฐานที่บริหารในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนิคมฯ และโรงงานต่างๆ ในการลดค่าใช้จ่ายและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
ปัจจุบันความต้องการโซลูชันดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่มุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) ในนิคมฯ มากกว่า 80 แห่ง ซึ่งครอบคลุมโรงงานกว่า 5,400 แห่งทั่วประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล โดยตั้งเป้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบสาธารณูปโภค พลังงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเศรษฐกิจภายในนิคมฯ ซึ่ง บี.กริม ไอเน็ต จะเข้ามาตอบโจทย์นโยบายดังกล่าวโดยตรง ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร อาทิ การจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อมและระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ แพลตฟอร์มติดตามและควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบบความปลอดภัยคลาวด์ และ AI เป็นต้น
ทั้งนี้ บี.กริม ไอเน็ต เป็นบริษัทร่วมทุนที่ ดำเนินการผ่าน บริษัท บี.กริม บียอนด์บริดจ์ จำกัด (บริษัทย่อย ของ บี.กริม เพาเวอร์) และ บริษัท แมนดาลา คอมมูนิเคชั่น จำกัด (บริษัทในเครือของไอเน็ต)
นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แมนดาลา คอมมูนิเคชั่น มีความพร้อมในการนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และเทคโนโลยีมาร่วมสร้างสิ่งใหม่ให้กับ “บี.กริม ไอเน็ต” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่บริษัทร่วมทุน แต่คือผู้ให้บริการดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยในระดับสากล บริหารด้วยความเชี่ยวชาญในประเทศและพร้อมขยายตัวควบคู่ไปกับทิศทางของเทคโนโลยีโลกบนพื้นฐานที่ไว้วางใจได้
บี.กริม ไอเน็ต มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ที่แตกต่างจากผู้ให้บริการดิจิทัลรายอื่นๆ ด้วย 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
1. ความน่าเชื่อถือระดับประเทศ เนื่องจาก บี.กริม ผู้ดำเนินธุรกิจในไทยมา 148 ปี และ ไอเน็ต ผู้เชี่ยวชาญ ด้านดิจิทัลและคลาวด์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในระดับประเทศทั้งด้านพลังงานและดิจิทัล
2. การผสานพลังงานเข้ากับดิจิทัล เป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีปฏิบัติการด้านพลังงานและอุตสาหกรรม (Operational Technology) เข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) อย่างไร้รอยต่อ เกิดเป็น One-stop Solution รายแรกในตลาด
3. ผู้นำการลดคาร์บอนด้วยดาต้า ไม่เพียงแค่ติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอน ผ่าน Dashboard แต่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมบรรลุเป้าหมาย Net Zero ผ่านพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ
4. ความคล่องตัวเชิงพาณิชย์ สามารถปรับตามขนาดของนิคมฯ พร้อมเครือข่ายพันธมิตรที่กว้างขวางจากทั้งสององค์กร ช่วยให้ส่งมอบโซลูชันและสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว
โดยหนึ่งในโครงการแรกที่ บี.กริม ไอเน็ต จะเดินหน้าคือเพิ่มขีดความสามารถของนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย อาทิ Smart Flood Alert ,Smart Traffic ตรวจจับและบันทึกป้ายทะเบียนยานพาหนะเข้า-ออก แจ้งตำแหน่งยานพาหนะในภายในนิคม , Green House Gas Tracking ติดตามและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ รองรับมาตรฐาน ESG ระดับสากล