The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ยังคงใช้จุดแข็งของแพลตฟอร์ม EV ของฮุนได E-GMP ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ และแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ Liquid cooled ความจุ 84 kWh เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม Exclusive (Long Range) ที่มีความจุ 72 kWh โดยแบตเตอรี่มีแรงดัน 697 โวลต์ และสามารถซ่อมบำรุงได้ด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นรายโมดูล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในระยะยาว พร้อมให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 530 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ลดความกังวลเรื่องระยะทางในการขับขี่ สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ EV เป็นรถหลักของครอบครัว ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางข้ามจังหวัด
ด้านการชาร์จ The new 2026 IONIQ 5 N Line รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที ช่วยลดเวลารอระหว่างเดินทางไกล และรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 10.5 kW ผ่านหัวชาร์จ Type 2 โดยใช้เวลาชาร์จจาก 10% ถึง 100% ประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที เหมาะกับการชาร์จที่บ้านในช่วงกลางคืนหรือที่พักอาศัย ทำให้การใช้ EV ในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น และช่วยให้ผู้ขับขี่วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Vehicle-to-Load หรือ V2L ที่สามารถจ่ายไฟจากรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินทางพักผ่อน หรือการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานการณ์จำเป็น

สมรรถนะขับเคลื่อนล้อหลัง 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมโหมดขับขี่ 5 รูปแบบ
The new 2026 IONIQ 5 N Line ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168 kW และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มอบการตอบสนองที่ฉับไวในแบบรถไฟฟ้า อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการ EV ที่ขับสนุก คล่องตัว และมั่นใจในการเร่งแซง ขณะเดียวกันยังให้ความนุ่มนวลและความเงียบสำหรับการใช้งานทุกวัน
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link พร้อม Damping Control System แบบ High Performance ช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกแบบ Ventilated Disc ทั้งหน้าและหลัง พร้อม Active Hydraulic Booster รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Braking โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับได้ ผ่าน Paddle Shifters หลังพวงมาลัย
The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกปรับการตอบสนองของรถให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่การขับขี่ประหยัดพลังงาน การขับขี่ทั่วไป ไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการความเร้าใจมากขึ้น

ฐานล้อ 3,000 มม. ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร
หนึ่งในจุดเด่นของ The new 2026 IONIQ 5 N Line คือ ระยะฐานล้อยาว 3,000 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้าง โปร่ง และนั่งสบายในทุกตำแหน่ง เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถ EV สำหรับครอบครัว การเดินทางระยะไกล หรือผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง
ตัวรถมีมิติตัวถังยาว 4,655 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,605 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 520 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง ช่วยรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่สัมภาระประจำวัน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเดินทาง ไปจนถึงการเดินทางกับครอบครัวในช่วงวันหยุด
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหุ้มหนังแท้ พร้อมโลโก้ N เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมที่ดันหลัง ระบบปรับเบาะอุ่นและเย็นคู่หน้า ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง และเบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้า พร้อมที่พักขา ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างรอชาร์จหรือพักระหว่างเดินทาง
ความสะดวกสบายในห้องโดยสารยังรวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2, คอนโซลกลางแบบเลื่อนสไลด์ได้, ไฟ Mood Light 64 สี, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และช่องชาร์จ USB-C หลายตำแหน่ง รองรับการใช้งานของผู้โดยสารทุกที่นั่ง

หน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว BOSE Premium Sound และ Wireless Apple CarPlay / Android Auto
The new 2026 IONIQ 5 N Line ตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล ด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Full Color ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอเครื่องเสียงและความบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ปรับฟังก์ชันการใช้งาน และเชื่อมต่อได้สะดวกและครบถ้วน ทั้งบนจอ และปุ่มกดเพื่อความสะดวกในการใช้งาน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ช่วยให้การใช้งานระบบนำทาง เพลง โทรศัพท์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ
ด้านความบันเทิง มาพร้อมระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier และลำโพง 8 ตำแหน่ง เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่มีคุณภาพภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบ Bluetooth, ช่อง USB-C สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์มัลติมีเดีย และระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA หรือ Over-the-air ช่วยให้รถสามารถรองรับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ในอนาคตได้สะดวกยิ่งขึ้น
Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมต่อรถผ่านสมาร์ตโฟน เพิ่มความสะดวกและความอุ่นใจ
The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อม Hyundai Bluelink Connected Car Services เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เพิ่มทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถเปิดแอปเพื่อตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง เช่น สถานะการล็อก สถานะรถ และข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ สามารถปลดล็อกหรือล็อกรถผ่านแอป เปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ ค้นหาตำแหน่งรถในลานจอด เปิดแผนที่ผ่านหน้าจอระหว่างเดินทาง และรับการแจ้งเตือนหากเกิดเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมรถ
Bluelink ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งาน EV มีความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศเมืองไทยที่ผู้ขับขี่สามารถเปิดแอร์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมห้องโดยสารให้เย็นสบายก่อนขึ้นรถ หรือใช้ฟังก์ชันค้นหาตำแหน่งรถเมื่อต้องจอดในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสนามบิน ทั้งนี้ Hyundai Bluelink และ OTA เปิดให้ใช้งานฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ




Hyundai SmartSense 17 ระบบ เสริมความมั่นใจรอบด้านทุกการเดินทาง
ด้านความปลอดภัย The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อม Hyundai SmartSense หรือ ADAS เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะรวม 17 ระบบ ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนทางด่วน การเดินทางในเมือง การเปลี่ยนเลน การถอยรถ และการจอดในพื้นที่จำกัด อาทิ Smart Cruise Control with Stop and Go ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวตามรถคันหน้า, Forward Collision-avoidance Assist และ Forward Collision-avoidance Assist with Junction Turning ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงขณะเลี้ยวที่ทางแยก, Lane Keeping Assist และ Lane Following Assist ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและอยู่กลางเลน ช่วยลดภาระผู้ขับขี่และเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยรอบคัน เช่น Blind-spot Collision-avoidance Assist และ Blind-spot View Monitor สำหรับจุดอับสายตา, Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist และ Reverse Parking Collision-avoidance Assist สำหรับการถอยรถและถอยจอด, Surround View Monitor กล้องมองรอบทิศทาง, Parking Distance Warning เซนเซอร์กะระยะหน้า-ข้าง-หลัง, High Beam Assist ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ, Safe Exit Warning ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง, Driver Attention Warning ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า, Leading Vehicle Departure Alert ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, Rear Occupant Alert ระบบแจ้งเตือนให้เช็กผู้โดยสารด้านหลัง และ Manual Speed Limit Assist ระบบช่วยจำกัดความเร็ว พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกและควบคุมเสถียรภาพครบครัน อาทิ ABS, BAS, EBD, ESC, HAC, MCB, TPMS, TCS, VSM และ VESS ระบบจำลองเสียงเพื่อความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน

ดีไซน์ N Line สปอร์ตเฉพาะตัว สื่อสารผ่านสโลแกน “Never Ordinary”
ด้านดีไซน์ The new 2026 IONIQ 5 N Line ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N จากสนามแข่งสู่ถนนจริง สู่รถ EV สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้สโลแกน “Never Ordinary ธรรมดา...ไม่มีที่ยืน” เพื่อสะท้อนว่า รถ IONIQ 5 N Line มีคาแรกเตอร์ชัดเจน โดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ในขณะเดียวกันต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ตามเทรนด์ มีแนวทางของตัวเอง ไม่ซ้ำทางใคร The new 2026 IONIQ 5 N Line จึงเป็นคำตอบสำหรับรถ EV ที่คนกลุ่มนี้มองหา โดยนำเสนอการสื่อสารการตลาด ผ่านรูปแบบแฟชัน Lookbook เน้นภาพลักษณ์ที่แตกต่าง มีสไตล์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังคงตอบโจทย์ด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่ลูกค้าคาดหวังจากรถ EV ระดับพรีเมียม
ภายนอกมาพร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line, สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต, ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED, หลังคา Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, ช่องระบายอากาศด้านหน้าแบบ Active Air Flap, กระจก Acoustic Glass, มือจับประตูแบบ Pop-up พร้อมเซนเซอร์ และประตูท้ายไฟฟ้าพร้อม Smart Power Tailgate
ภายในเสริมคาแรคเตอร์ N Line ด้วยพวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้ายสีแดง เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N และรายละเอียดการตกแต่งที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมในทุกการเดินทาง




ด้านการชาร์จ The new 2026 IONIQ 5 N Line รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที ช่วยลดเวลารอระหว่างเดินทางไกล และรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 10.5 kW ผ่านหัวชาร์จ Type 2 โดยใช้เวลาชาร์จจาก 10% ถึง 100% ประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที เหมาะกับการชาร์จที่บ้านในช่วงกลางคืนหรือที่พักอาศัย ทำให้การใช้ EV ในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น และช่วยให้ผู้ขับขี่วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Vehicle-to-Load หรือ V2L ที่สามารถจ่ายไฟจากรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินทางพักผ่อน หรือการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานการณ์จำเป็น
สมรรถนะขับเคลื่อนล้อหลัง 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมโหมดขับขี่ 5 รูปแบบ
The new 2026 IONIQ 5 N Line ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168 kW และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มอบการตอบสนองที่ฉับไวในแบบรถไฟฟ้า อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการ EV ที่ขับสนุก คล่องตัว และมั่นใจในการเร่งแซง ขณะเดียวกันยังให้ความนุ่มนวลและความเงียบสำหรับการใช้งานทุกวัน
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link พร้อม Damping Control System แบบ High Performance ช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกแบบ Ventilated Disc ทั้งหน้าและหลัง พร้อม Active Hydraulic Booster รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Braking โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับได้ ผ่าน Paddle Shifters หลังพวงมาลัย
The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกปรับการตอบสนองของรถให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่การขับขี่ประหยัดพลังงาน การขับขี่ทั่วไป ไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการความเร้าใจมากขึ้น
ฐานล้อ 3,000 มม. ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร
หนึ่งในจุดเด่นของ The new 2026 IONIQ 5 N Line คือ ระยะฐานล้อยาว 3,000 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้าง โปร่ง และนั่งสบายในทุกตำแหน่ง เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถ EV สำหรับครอบครัว การเดินทางระยะไกล หรือผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง
ตัวรถมีมิติตัวถังยาว 4,655 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,605 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 520 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง ช่วยรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่สัมภาระประจำวัน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเดินทาง ไปจนถึงการเดินทางกับครอบครัวในช่วงวันหยุด
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหุ้มหนังแท้ พร้อมโลโก้ N เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมที่ดันหลัง ระบบปรับเบาะอุ่นและเย็นคู่หน้า ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง และเบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้า พร้อมที่พักขา ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างรอชาร์จหรือพักระหว่างเดินทาง
ความสะดวกสบายในห้องโดยสารยังรวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2, คอนโซลกลางแบบเลื่อนสไลด์ได้, ไฟ Mood Light 64 สี, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และช่องชาร์จ USB-C หลายตำแหน่ง รองรับการใช้งานของผู้โดยสารทุกที่นั่ง
หน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว BOSE Premium Sound และ Wireless Apple CarPlay / Android Auto
The new 2026 IONIQ 5 N Line ตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล ด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Full Color ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอเครื่องเสียงและความบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ปรับฟังก์ชันการใช้งาน และเชื่อมต่อได้สะดวกและครบถ้วน ทั้งบนจอ และปุ่มกดเพื่อความสะดวกในการใช้งาน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ช่วยให้การใช้งานระบบนำทาง เพลง โทรศัพท์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ
ด้านความบันเทิง มาพร้อมระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier และลำโพง 8 ตำแหน่ง เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่มีคุณภาพภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบ Bluetooth, ช่อง USB-C สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์มัลติมีเดีย และระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA หรือ Over-the-air ช่วยให้รถสามารถรองรับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ในอนาคตได้สะดวกยิ่งขึ้น
Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมต่อรถผ่านสมาร์ตโฟน เพิ่มความสะดวกและความอุ่นใจ
The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อม Hyundai Bluelink Connected Car Services เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เพิ่มทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถเปิดแอปเพื่อตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง เช่น สถานะการล็อก สถานะรถ และข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ สามารถปลดล็อกหรือล็อกรถผ่านแอป เปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ ค้นหาตำแหน่งรถในลานจอด เปิดแผนที่ผ่านหน้าจอระหว่างเดินทาง และรับการแจ้งเตือนหากเกิดเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมรถ
Bluelink ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งาน EV มีความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศเมืองไทยที่ผู้ขับขี่สามารถเปิดแอร์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมห้องโดยสารให้เย็นสบายก่อนขึ้นรถ หรือใช้ฟังก์ชันค้นหาตำแหน่งรถเมื่อต้องจอดในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสนามบิน ทั้งนี้ Hyundai Bluelink และ OTA เปิดให้ใช้งานฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ
Hyundai SmartSense 17 ระบบ เสริมความมั่นใจรอบด้านทุกการเดินทาง
ด้านความปลอดภัย The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อม Hyundai SmartSense หรือ ADAS เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะรวม 17 ระบบ ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนทางด่วน การเดินทางในเมือง การเปลี่ยนเลน การถอยรถ และการจอดในพื้นที่จำกัด อาทิ Smart Cruise Control with Stop and Go ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวตามรถคันหน้า, Forward Collision-avoidance Assist และ Forward Collision-avoidance Assist with Junction Turning ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงขณะเลี้ยวที่ทางแยก, Lane Keeping Assist และ Lane Following Assist ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและอยู่กลางเลน ช่วยลดภาระผู้ขับขี่และเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยรอบคัน เช่น Blind-spot Collision-avoidance Assist และ Blind-spot View Monitor สำหรับจุดอับสายตา, Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist และ Reverse Parking Collision-avoidance Assist สำหรับการถอยรถและถอยจอด, Surround View Monitor กล้องมองรอบทิศทาง, Parking Distance Warning เซนเซอร์กะระยะหน้า-ข้าง-หลัง, High Beam Assist ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ, Safe Exit Warning ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง, Driver Attention Warning ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า, Leading Vehicle Departure Alert ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, Rear Occupant Alert ระบบแจ้งเตือนให้เช็กผู้โดยสารด้านหลัง และ Manual Speed Limit Assist ระบบช่วยจำกัดความเร็ว พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกและควบคุมเสถียรภาพครบครัน อาทิ ABS, BAS, EBD, ESC, HAC, MCB, TPMS, TCS, VSM และ VESS ระบบจำลองเสียงเพื่อความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน
ดีไซน์ N Line สปอร์ตเฉพาะตัว สื่อสารผ่านสโลแกน “Never Ordinary”
ด้านดีไซน์ The new 2026 IONIQ 5 N Line ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N จากสนามแข่งสู่ถนนจริง สู่รถ EV สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้สโลแกน “Never Ordinary ธรรมดา...ไม่มีที่ยืน” เพื่อสะท้อนว่า รถ IONIQ 5 N Line มีคาแรกเตอร์ชัดเจน โดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ในขณะเดียวกันต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ตามเทรนด์ มีแนวทางของตัวเอง ไม่ซ้ำทางใคร The new 2026 IONIQ 5 N Line จึงเป็นคำตอบสำหรับรถ EV ที่คนกลุ่มนี้มองหา โดยนำเสนอการสื่อสารการตลาด ผ่านรูปแบบแฟชัน Lookbook เน้นภาพลักษณ์ที่แตกต่าง มีสไตล์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังคงตอบโจทย์ด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่ลูกค้าคาดหวังจากรถ EV ระดับพรีเมียม
ภายนอกมาพร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line, สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต, ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED, หลังคา Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, ช่องระบายอากาศด้านหน้าแบบ Active Air Flap, กระจก Acoustic Glass, มือจับประตูแบบ Pop-up พร้อมเซนเซอร์ และประตูท้ายไฟฟ้าพร้อม Smart Power Tailgate
ภายในเสริมคาแรคเตอร์ N Line ด้วยพวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้ายสีแดง เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N และรายละเอียดการตกแต่งที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมในทุกการเดินทาง