"ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป "รับข่าวดีจาก “ทริสเรทติ้ง” หลังปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ขึ้นสู่ระดับ “BBB+” จากเดิม “BBB” ฟากผู้บริหาร “เพชร นันทวิสัย”ระบุสะท้อนความแข็งแกร่งของผลประกอบการ การบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการลดความผันผวนของธุรกิจจากการขยายสู่ค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง มั่นใจรายได้ปี 69 โต 10–15% เดินหน้าทำสถิติ All Time High
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เป็นระดับ “BBB+” จากเดิม “BBB” โดยสะท้อนถึงพัฒนาการด้านผลประกอบการและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“การปรับเพิ่มเครดิตครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นจากสถาบันจัดอันดับต่อศักยภาพของบริษัท ทั้งในด้านการเติบโตและความสามารถในการสร้างกำไร โดยเฉพาะบทบาทของธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีสัดส่วนราว 40% ของรายได้รวม และเป็นกลไกสำคัญสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่โมเดล Market Driven ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น” นายเพชร กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯมีแผนขยายสาขา Thai Foods Fresh Market เป็น 875 สาขาในปี 2569 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง พร้อมเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง เพื่อสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG กล่าวอีกว่า สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต 10–15% และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจค้าปลีกเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับการขยายกำลังผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการลงทุนในเวียดนาม ทั้งโรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มไก่ และฟาร์มสุกร เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
ทริสฯระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น การบริหารภาระหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงความสำเร็จในการขยายธุรกิจสู่ช่องทางค้าปลีกภายใต้แบรนด์ Thai Foods Fresh Market ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงของรายได้ กระแสเงินสด และลดความผันผวนจากวัฏจักรราคาสินค้าเกษตร
นอกจากนี้ ยังประเมินว่า ภาระหนี้สินของบริษัทจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA จะอยู่ที่ระดับเหมาะสม ขณะที่สภาพคล่องยังแข็งแกร่งจากกระแสเงินสดและวงเงินสินเชื่อที่เพียงพอรองรับแผนขยายธุรกิจในระยะถัดไป
นายเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับเพิ่มอันดับเครดิตครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน สถาบันการเงิน และผู้ถือหุ้น ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนทางการเงิน รองรับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต และสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนของ TFG ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารครบวงจรของประเทศไทย