xs
xsm
sm
md
lg

สงครามAIพ่นพิษดันราคาชิปพุ่งลิ่ว พีซี-สมาร์ทโฟนจ่อแพงขึ้นเกิน10%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


นักวิเคราะห์ชี้แม้แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกอย่างแอปเปิลยังไม่มีภูมิต้านทานต่อการขึ้นราคาชิปอีกต่อไป และต้องถ่ายโอนภาระไปยังลูกค้าด้วยการขึ้นราคาผลิตภัณฑ์หลายรายการ
สงคราม AI ที่ร้อนแรงทั่วโลกดันราคาชิปหน่วยความจำพุ่งโลดลิ่ว บีบผู้ผลิตสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ต้องขึ้นราคา ล่าสุดคือ MacBook และ iPad ของแอปเปิล และ Xbox ของไมโครซอฟท์ บริษัทวิจัยตลาดคาดปีนี้พีซีและสมาร์ทโฟนจะแพงขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับราคาปีที่แล้ว และยอดขายทั่วโลกทั้งสองผลิตภัณฑ์ส่อแววดิ่งลง

เทรนด์ฟอร์ซ ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดตามความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชิป รายงานว่า ราคา DRAM ที่ใช้ในแกดเจ็ตสมัยใหม่ทั้งหมด พุ่งขึ้นถึง 98% ในไตรมาสแรกปีนี้ และมีแนวโน้มทะยานต่ออีก 58-63% ในไตรมาสปัจจุบัน

ปรากฏการณ์นี้ที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเรียกว่า RAMageddon เป็นผลจากการบูมของการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI โดยบริษัทต่างๆ เช่น อินวิเดีย, แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ (AMD) และกูเกิล ต่างเร่งกว้านซื้อ RAM เพื่อนำไปผลิตชิป ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างดีมานด์กับซัปพลาย ซึ่งหมายความว่า ทุกคนต้องจ่ายแพงขึ้น

ช่วงหลายเดือนมานี้ ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่างไมครอนเลือกตอบสนองออร์เดอร์จากบริษัทชิปประมวลผลซึ่งเป็นมันสมองหลักของศูนย์ข้อมูล AI อาทิ อินวิเดียก่อน ทำให้บริษัทเหล่านั้นฟาดกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเหลือชิปส่งให้ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์เพียงเล็กน้อย ผลลัพธ์คือผู้ผลิตเหล่านี้ต้องขึ้นราคาสินค้า

นอกจากนั้น ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง คอมปานี (TSMC) ผู้ผลิตชิปใหญ่ที่สุดของโลกที่ผลิตชิปป้อนให้อินวิเดีย AMD และแอปเปิล ยังระบุว่า ภาวะเงินเฟ้อกำลังผลักดันให้ต้นทุนการทำธุรกิจพุ่งขึ้น

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อต้นเดือนมิ.ย. เวนเดลล์ ฮวง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ TSMC ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่บริษัทอาจต้องขึ้นราคาชิปเช่นเดียวกัน

วันพฤหัสฯ (25 มิ.ย.) แอปเปิลประกาศขึ้นราคาแล็ปท็อปและแท็บเล็ตบางรุ่นเกือบ 20% และระบุว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กำลังเผชิญ “ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน” เนื่องจากดีมานด์ชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง

หลังจากนั้นไม่นาน Xbox ของไมโครซอฟท์ ประกาศขึ้นราคาคอนโซลรุ่นมาตรฐาน 100 ดอลลาร์ เป็น 499 ดอลลาร์ และรุ่นที่ความจุสูงขึ้น 150 ดอลลาร์ เป็น 749 ดอลลาร์ มีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถือเป็นการขึ้นราคาครั้งที่ 2 ในช่วงเวลาไม่ถึงปี โดยบริษัทให้เหตุผลว่า เนื่องจาก “วิกฤตชิ้นส่วนประกอบ”

ก่อนหน้านี้ Xbox ขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม 20-70 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เท่ากับว่า ราคาคอนโซลใหม่จะแพงกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 30-40%

Xbox สำทับว่า ต้นทุนหน่วยเก็บข้อมูลและหน่วยความจำที่ตอนนี้แพงขึ้นแล้วกว่าสองเท่า มีแนวโน้มแพงขึ้นอีกสองเท่าภายในปี 2027 บริษัทจึงอาจต้องขึ้นราคาคอนโซลอีก

ในส่วนแอปเปิลนั้นประกาศขึ้นราคา MacBook Air ความจุ 512GB จาก 1,099 ดอลลาร์ เป็น 1,299 ดอลลาร์, MacBook Pro ความจุ 1TB จาก 1,699 ดอลลาร์ เป็น 1,999 ดอลลาร์ และ iPad Air ความจุ 128GB จาก 599 ดอลลาร์ เป็น 749 ดอลลาร์ ฯลฯ รวมทั้งยังขึ้นราคาลำโพงอัจฉริยะ HomePod และกล่อง Apple TV

แอปเปิลแถลงว่า ที่ผ่านมาบริษัทพยายามปกป้องลูกค้าจากต้นทุนที่พุ่งขึ้น แต่ตอนนี้บริษัทมาถึงจุดที่จำเป็นต้องขึ้นราคาผลิตภัณฑ์บางรายการ

ทิม คุก ประธานบริหารแอปเปิลที่เตรียมอำลาตำแหน่ง เตือนตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนระหว่างให้สัมภาษณ์กับวอลล์สตรีทว่า การขึ้นราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากสถานการณ์เกี่ยวกับชิปหน่วยความจำที่ปราศจากความยั่งยืน

เปาโล เพสคาโตเร นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี ชี้ว่า การขึ้นราคาของแอปเปิลสะท้อนว่า การบูมของ AI กำลังสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ในระดับที่แม้แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกยังไม่มีภูมิต้านทานต่อการขึ้นราคาชิ้นส่วนสำคัญอีกต่อไป

นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่า คู่แข่งบางรายอาจขึ้นราคาแรงกว่าแอปเปิลที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับซัปพลายเออร์ ซึ่งช่วยลดทอนผลกระทบจากต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งขึ้นได้บางส่วน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า อีกไม่กี่เดือนนี้ แอปเปิลอาจต้องขึ้นราคา iPhone และยังมองว่า การขึ้นราคารอบล่าสุดอาจทำให้ว่าที่ลูกค้าบางคนตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น

เดวิด นารานโจ จากบริษัทวิจัยตลาด เคาน์เตอร์พอยต์ คาดว่า พีซีและแท็บเล็ตแบรนด์อื่นๆ จะเดินตามรอยแอปเปิลด้วยการขึ้นราคาผลิตภัณฑ์บางรุ่น ตัดส่วนลดรุ่นเริ่มต้น หรือปรับไลน์ผลิตภัณฑ์ไปโฟกัสอุปกรณ์พรีเมียมมากขึ้น

การขึ้นราคาของแอปเปิลและ Xbox เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทหลายแห่งทยอยขึ้นราคาคอนโซลเพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่แพงขึ้น ในจำนวนนี้รวมถึงโซนี่ นินเทนโด และวาล์ว

ขณะเดียวกัน ต้นทุนชิปที่พุ่งขึ้นถูกคาดหมายว่า จะฉุดยอดขายอุปกรณ์ต่างๆ ในปีนี้ โดยบริษัทวิจัย IDC ประเมินว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนปีนี้อาจตกแรงที่สุดถึงเกือบ 14% ขณะที่ยอดขายพีซีมีแนวโน้มลดลง 11.3% รวมทั้งยังคาดว่า ราคาชิปหน่วยความจำจะแพงต่อเนื่องไปจนถึงปลายปีหน้า

รันจิต อัตวาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยของการ์ตเนอร์ คาดการณ์โดยอ้างอิงงานวิจัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ราคาชิปหน่วยความจำที่แพงขึ้นจะดันราคาพีซีและสมาร์ทโฟนพุ่งขึ้น 17% และ 13% ตามลำดับเมื่อเทียบกับปี 2025 ขณะที่ยอดจัดส่งพีซีทั่วโลกปีนี้มีแนวโน้มลดลง 10.4% และสมาร์ทโฟนลดลง 8.4%