"ตลาดนัดเซเว่น ไทยช่วยไทย" โมเดลรัฐ-เอกชน ขยายช่องทางตลาด หนุนเศรษฐกิจฐานราก
ในช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรทยอยออกสู่ตลาดและเกษตรกรยังเผชิญข้อจำกัดด้านช่องทางจำหน่าย การสร้าง "ตลาด" ให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง กำลังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เดินหน้าภายใต้โครงการ "ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย" เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าบริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างรายได้

โครงการดังกล่าวนำร่องรวม 65 สาขาทั่วประเทศ จัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม 2569 โดยในจำนวนนี้เป็น 45 สาขาใน 26 จังหวัด ที่กรมส่งเสริมการเกษตรคัดเลือกเกษตรกร องค์กรเกษตร และวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วม เพื่อนำผัก ผลไม้สด สินค้าแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล ลดข้อจำกัดด้านต้นทุนการหาพื้นที่จำหน่าย และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้เกษตรกร
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ภายใต้แนวทาง "เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย" โดยมุ่งพัฒนาทั้งด้านการผลิต การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อให้เกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่องและได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม

"ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และองค์กรเกษตร นำสินค้าเกษตรคุณภาพและผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ช่วยเพิ่มรายได้ กระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดคัดเลือกเกษตรกร องค์กรเกษตร และวิสาหกิจชุมชนภายใต้การส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมโครงการเพื่อนำสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผัก ผลไม้สด อาหารแปรรูป ของใช้ และของดีประจำจังหวัด มาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
สำหรับซีพี ออลล์ โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญของการขานรับแนวคิด "ไทยช่วยไทย" ผ่านการใช้เครือข่ายร้านเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่ แผงลอย วิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสินค้า OTOP และ SME โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมสนับสนุนสินค้าไทย ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับสู่ชุมชน เกิดการจ้างงาน และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของภาครัฐและภาคเอกชนที่ไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางการตลาดที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ผ่านเครือข่ายค้าปลีกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นอีกแนวทางในการยกระดับโอกาสทางการค้าและเสริมความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว
ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากเกษตรกรผู้ผลิตได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม 2569 ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 14.00-20.00 น. ณ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ
ในช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรทยอยออกสู่ตลาดและเกษตรกรยังเผชิญข้อจำกัดด้านช่องทางจำหน่าย การสร้าง "ตลาด" ให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง กำลังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เดินหน้าภายใต้โครงการ "ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย" เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าบริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างรายได้
โครงการดังกล่าวนำร่องรวม 65 สาขาทั่วประเทศ จัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม 2569 โดยในจำนวนนี้เป็น 45 สาขาใน 26 จังหวัด ที่กรมส่งเสริมการเกษตรคัดเลือกเกษตรกร องค์กรเกษตร และวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วม เพื่อนำผัก ผลไม้สด สินค้าแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล ลดข้อจำกัดด้านต้นทุนการหาพื้นที่จำหน่าย และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้เกษตรกร
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ภายใต้แนวทาง "เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย" โดยมุ่งพัฒนาทั้งด้านการผลิต การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อให้เกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่องและได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม
"ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และองค์กรเกษตร นำสินค้าเกษตรคุณภาพและผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ช่วยเพิ่มรายได้ กระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดคัดเลือกเกษตรกร องค์กรเกษตร และวิสาหกิจชุมชนภายใต้การส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมโครงการเพื่อนำสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผัก ผลไม้สด อาหารแปรรูป ของใช้ และของดีประจำจังหวัด มาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
สำหรับซีพี ออลล์ โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญของการขานรับแนวคิด "ไทยช่วยไทย" ผ่านการใช้เครือข่ายร้านเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่ แผงลอย วิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสินค้า OTOP และ SME โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมสนับสนุนสินค้าไทย ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับสู่ชุมชน เกิดการจ้างงาน และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของภาครัฐและภาคเอกชนที่ไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางการตลาดที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ผ่านเครือข่ายค้าปลีกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นอีกแนวทางในการยกระดับโอกาสทางการค้าและเสริมความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว
ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากเกษตรกรผู้ผลิตได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม 2569 ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 14.00-20.00 น. ณ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ