ผ่านไปเกือบครึ่งปี 2569 ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนจากแรงกดดันทั้งในและต่างประเทศ หุ้นปันผลกลับมาเป็นหนึ่งในธีมที่นักลงทุนให้ความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะหลายบริษัทยังมีพื้นฐานแข็งแกร่งและรักษาการจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ และราคาซื้อ ชายไม่เกิน 10 บาท ซึ่งการมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) มากกว่า 5% ต่อเนื่อง 3 ปี (ปี 66-68) สะท้อนศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดให้ผู้ถือหุ้น คัดมา 13 หุ้น Mid Cap ราคาไม่เกิน 10 บาท ที่เข้าเกณฑ์ปันผลเด่น
1.SIRI บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 9.08%,ปี 68 อยู่ที่ 11.12%,ปี 67 อยู่ที่ 10.65%,ปี 66 อยู่ที่ 7.87%,มาร์เก็ตแคป 24,961.73 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +5.97%,รอบ 1 สัปดาห์ -1.39%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 1.42บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ52 สัปดาห์1.60/1.21 บาท,ค่าP/E 5.47เท่า
มุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ – IAA Consensus ให้คำแนะนำ Buy เกือบทั้งหมด (14 ซื้อ/1 ถือ) ราคาเป้าหมายเฉลี่ยปี 2569 อยู่ที่ 1.65 บาท (ช่วง 1.52–1.80 บาท) สะท้อนมุมมองบวกต่อแนวโน้มธุรกิจ จุดแข็งของบริษัท SIRI มี Backlog รองรับรายได้, เน้นพัฒนาโครงการระดับกลาง-บน และมีการร่วมทุนกับพันธมิตรทั้งไทยและญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของพอร์ตโครงการ จัดเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลเด่นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
2.LH บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 6.68%,ปี 68 อยู่ที่ 8.47%,ปี 67 อยู่ที่ 9.90%,ปี 66 อยู่ที่ 7.36%,มาร์เก็ตแคป 44,691.93 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ -1.06%,รอบ 1 สัปดาห์ +1.63%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 3.74 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 4.50/3.30 บาท,ค่า P/E 12.51 เท่า
LH แผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้ายอดขาย 15,000 ล้านบาท ยอดโอน 17,000 ล้านบาท และรายได้จากทรัพย์สินให้เช่าราว 9,900 ล้านบาท สะท้อนการเน้นสร้างกระแสเงินสดระยะยาว..มุมมองโบรกส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนัก "ถือ" จากกำไรมีแนวโน้มทรงตัวตามภาวะตลาด แต่จุดเด่นคือฐานะการเงินแข็งแรงและอัตราเงินปันผลอยู่ในระดับน่าสนใจ ปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมาตรการกระตุ้นภาคอสังหา ขณะความเสี่ยงคือการเข้มงวดสินเชื่อ
3.QH บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 6.61%,ปี 68 อยู่ที่ 8.27%,ปี 67 อยู่ที่ 8.72%,ปี 66 อยู่ที่ 6.25%,มาร์เก็ตแคป 14,678.70 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +3.01%,รอบ 1 สัปดาห์ +2.24%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 1.37 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 1.53/1.21 บาท,ค่า P/E 8.16 เท่า
QH ยังเป็นหุ้น Value + Dividend ที่น่าสนใจ จากฐานะการเงินแข็งแกร่ง คาด Dividend Yield ระดับประมาณ 6–7% ต่อปี แต่การเติบโตกำไรยังไม่โดดเด่นนัก โบรกUOB Kay Hian คงคำแนะนำ "ถือ" ให้ราคาเป้าหมาย 1.50 บาท โดยมองว่าปันผลและโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยพยุงราคาหุ้นได้ แต่การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาฯ ยังมีความท้าทาย
4.AP บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 7.22%,ปี 68 อยู่ที่ 6.98%,ปี 67 อยู่ที่ 8.64%,ปี 66 อยู่ที่ 5.75%,มาร์เก็ตแคป 22,650.48 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่-16.28%,รอบ 1 สัปดาห์ -0.69%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 7.20 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 9.70/6.10 บาท,ค่า P/E 5.20 เท่า
AP บริษัทตั้งเป้ารายได้และยอดขายปี 69 ที่ 4.9 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดโครงการใหม่ 42 โครงการ โบรกส่วนใหญ่ยังแนะ "ซื้อ "โดย IAA Consensus รวบรวม 15 โบรกเกอร์ แนะซื้อ 13 ราย ถือ 2 ราย ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 9.88 บาท สูงกว่าราคาปัจจุบันพอสมควร จุดเด่น AP คือฐานะการเงินแข็งแรง P/E ต่ำ ปันผลน่าสนใจ
5.BANPU บริษัท บ้านปูจำกัด (มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 5.71%,ปี 68 อยู่ที่ 6.10%,ปี 67 อยู่ที่ 6.85%,ปี 66 อยู่ที่ 13.78%,มาร์เก็ตแคป 52,599.24 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +6.71%,รอบ 1 สัปดาห์ -2.78%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 5.25 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 6.50/4.00 บาท,ค่าP/E - เท่า
BANPU อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจถ่านหินสู่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้า และพลังงานสะอาด ซึ่งช่วยลดความผันผวนของรายได้ในระยะยาว และยังได้อานิสงส์จากความต้องการพลังงานของ Data Center และ AI ที่เพิ่มขึ้น..มุมมองโบรกส่วนใหญ่ให้น้ำหนัก "ถือ"ถึง "ทยอยสะสม"โดยมองว่าราคาหุ้นซื้อขายในระดับไม่แพง แต่ต้องรอการฟื้นตัวของผลประกอบการและความชัดเจนของแผนปรับโครงสร้างธุรกิจร่วมกับ BPP
6.NER บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด(มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 7.14%,ปี 68 อยู่ที่ 8.04%,ปี 67 อยู่ที่ 7.36%,ปี 66 อยู่ที่ 7.66%,มาร์เก็ตแคป 8,019.52 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ -3.13%,รอบ 1 สัปดาห์ -1.81%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 4.34 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 5.40/4.00 บาท,ค่า P/E 5.24 เท่า
NER เป็นหุ้น Value บวก ปันผล ที่พื้นฐานยังแข็งแรง แม้งบ Q1/69 ชะลอลง แต่หลายโบรกยังมองว่าครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นตามราคายางและคำสั่งซื้อจากจีน ราคาหุ้นยังซื้อขายที่ Valuation ไม่แพง พร้อมแผนขยายกำลังผลิตและรุกตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่ความผันผวนของราคายาง ค่าเงินบาท
7.KGI บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 7.11%,ปี 68 อยู่ที่ 7.79%,ปี 67 อยู่ที่ 7.31%,ปี 66 อยู่ที่ 7.75%,มาร์เก็ตแคป 8,684.09 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี69 อยู่ที่ 8.80%,รอบ 1 สัปดาห์ +0.46%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 4.36 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 4.54/3.54 บาท,ค่า P/E 8.80 เท่า
KGI ผลงาน Q1/69 มีกำไรสุทธิ 319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% YoY และ 96% QoQ สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจตามปริมาณซื้อขายในตลาด พร้อมฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ TRIS คงอันดับเครดิตที่ A/Stable..จุดเด่นคือ Valuation ยังไม่แพง โดย P/E 8.8 เท่า และ P/BV ประมาณ 1.03 เท่า ฐานทุนแข็งแรง รายได้หลากหลาย และมีโอกาสเติบโตตามกิจกรรมในตลาดทุน
8.ROJNA บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 9.26%,ปี 68 อยู่ที่ 11.36%,ปี 67 อยู่ที่ 6.35%,ปี 66 อยู่ที่ 5.13%,มาร์เก็ตแคป 10,910.49 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +22.73%,รอบ 1 สัปดาห์ -3.57%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 5.40 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 5.85/4.16 บาท,ค่าP/E 4.17 เท่า
ROJNA เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมครบวงจร มีรายได้จากการขายที่ดิน โรงไฟฟ้า น้ำเพื่ออุตสาหกรรม และค่าเช่า ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนใน EEC มุมมองนักวิเคราะห์ยังเป็นเชิงบวก โดยข้อมูล Consensus ให้ราคาเป้าหมายประมาณ 7.50–8.60 บาท สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันพอสมควร สะท้อน Upside ที่ยังเหลือ ปัจจัยหนุนสำคัญคือยอดขายที่ดิน การลงทุนของต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม EV และอิเล็กทรอนิกส์
9.SPCG บริษัท เอสพีซีจี จำกัด(มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 24.41%,ปี 68 อยู่ที่ 12.90%,ปี 67 อยู่ที่ 11.24%,ปี 66 อยู่ที่ 6.85%,มาร์เก็ตแคป 9,343.74 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ -4.84%,รอบ 1 สัปดาห์ -0.56%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 8.85บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 10.30/7.65 บาท,ค่าP/E 26.4 เท่า
SPCG เป็นผู้นำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย มีรายได้ประจำจากการขายไฟฟ้า แต่กำไรยังถูกกดดันจากการทยอยหมดอายุ Adder ของโครงการเดิม ทำให้รายได้เติบโตไม่มาก ผลประกอบการปี 2568 และไตรมาส 1/2569 ยังอ่อนตัวเมื่อเทียบปีก่อน จุดเด่นคือ เงินปันผลสูง จากกระแสเงินสดที่มั่นคง มุมมองโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้น้ำหนัก "ถือ" เนื่องจาก Upside จำกัด ขณะที่การเติบโตจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของโครงการใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
10.TPIPL บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 3.70%,ปี 68 อยู่ที่ 7.25%,ปี 67 อยู่ที่ 9.26%,ปี 66 อยู่ที่ 7.14%,มาร์เก็ตแคป 15,337.54 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +17.39%,รอบ 1สัปดาห์ -%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 0.81 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 0.97/0.65 บาท,ค่า P/E 7.28 เท่า
TPIPL เป็นผู้นำธุรกิจปูนซีเมนต์ครบวงจร และมีธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะผ่านบริษัทในเครือ ช่วยลดต้นทุนพลังงานและสร้างรายได้ที่มีความสม่ำเสมอมากกว่าผู้ผลิตปูนหลายราย ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง การใช้เชื้อเพลิงทดแทน และการลงทุนด้าน Green Industry ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัท มุมมองนักวิเคราะห์โดยรวมเป็น "ถือ" ถึง "ทยอยสะสม" เนื่องจากราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับมูลค่าไม่แพง (Undervalued)
11.TPIPP บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 3.98%,ปี 68 อยู่ที่ 8.84%,ปี 67 อยู่ที่ 8.11%,ปี 66 อยู่ที่ 7.06%,มาร์เก็ตแคป 14,784.00 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ -2.76%,รอบ 1 สัปดาห์ -%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 1.76 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 2.44/1.66 บาท,ค่าP/E 9.76 เท่า
TPIPP ธุรกิจโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ(RDF)และพลังงานความร้อนทิ้ง มีรายได้หลักจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ทำให้กระแสเงินสดค่อนข้างมั่นคง แต่การเติบโตของกำไรอยู่ในระดับจำกัดผลประกอบการช่วงล่าสุดยังถูกกดดันจากต้นทุนและรายได้ค่า Adder ที่ทยอยหมดลง ส่งผลให้กำไรยังไม่กลับมาเติบโตโดดเด่น แม้บริษัทพยายามเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและบริหารต้นทุนต่อเนื่อง
12.TTW บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 6.35%,ปี 68 อยู่ที่ 6.63%,ปี 67 อยู่ที่ 6.59%,ปี 66 อยู่ที่ 6.56%,มาร์เก็ตแคป 37,705.50 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +4.42%,รอบ 1 สัปดาห์ +1.07%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 9.45 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 9.50/8.50 บาท,ค่าP/E 11.53 เท่า
TTW เป็นหุ้นสาธารณูปโภคที่มีรายได้ค่อนข้างมั่นคงจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำประปาให้การประปาส่วนภูมิภาค กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีธุรกิจลงทุนในโรงไฟฟ้าผ่านการถือหุ้นใน CKP ช่วยเสริมรายได้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนัก "ซื้อ"โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ราว 10.3 บาท(ประมาณ 9.7–11.0 บาท) สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันที่ประมาณ 9.45 บาท สะท้อน Upside ระดับหนึ่ง
13.STGT บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อัตราปันผลตอบแทนล่าสุดปี 69 อยู่ที่ 4.98%,ปี 68 อยู่ที่ 5.58%,ปี 67 อยู่ที่ 5.08%,ปี 66 อยู่ที่ 11.19%,มาร์เก็ตแคป 28,938.32 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +9.78%,รอบ 1 สัปดาห์ -1.94%,ล่าสุด 26 มิ.ย.ปิด 10.10 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 12.20/5.80 บาท,ค่า P/E - เท่า
STGT Q1/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 384 ล้านบาท จากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัว และรายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ปัจจัยหนุนระยะยาวคือ STGT เป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลก ฐานะการเงินแข็งแกร่ง หนี้สินอยู่ในระดับต่ำ พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม โบรกหลายแห่งมองว่าธุรกิจเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด ราคาขายเฉลี่ย(ASP)ฟื้นตัวช้า และการแข่งขันจากผู้ผลิตจีน ทำให้กำไรยังเติบโตได้จำกัด