บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน TRM Labs เปิดเผยรายงานระบุว่ากลุ่มนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรจากอิหร่านกว่า 60 ราย โยกเงินรวมกว่า 3.84 พันล้านดอลลาร์ผ่านกระดานเทรดคริปโต CoinEx นับตั้งแต่ปี 2562 โดยมีเงิน 2.7 พันล้านดอลลาร์ไหลระหว่าง CoinEx กับ Nobitex กระดานเทรดใหญ่ที่สุดในอิหร่านในอัตราเฉลี่ยวันละ 1 ล้านดอลลาร์ รายงานนี้ถูกเผยแพร่สามสัปดาห์หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรกระดานเทรดคริปโตของอิหร่านสี่แห่งในแคมเปญ "Economic Fury"
TRM Labs ระบุในรายงานเมื่อวันพุธที่ 25 มิถุนายน 2569 ว่าภายในปี 2567 CoinEx กลายเป็นคู่ค้าภายนอกรายใหญ่ที่สุดของ Nobitex โดยมีมูลค่าธุรกรรมมากกว่ากระดานเทรดอื่นในลำดับถัดมาถึงเกือบ 9 เท่า รูปแบบดังกล่าว TRM Labs ระบุว่า "ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมตลาดอิสระ" และบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่ลึกกว่าการใช้งานทั่วไป นอกจากนี้กระดานเทรดในประเทศอิหร่านส่วนใหญ่ยังส่งปริมาณซื้อขายราว 5-10% ผ่าน CoinEx ซึ่ง TRM Labs มองว่าเป็น "การจัดการแบบประสานงาน ไม่ใช่การนำมาใช้แบบธรรมชาติ"
ตัวเลขที่ชี้ขาดที่สุดในรายงานคือสัดส่วน 8% ของธุรกรรมที่ TRM Labs ระบุว่าผิดกฎหมายบน CoinEx ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.3% ที่พบในกระดานเทรดที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วไปถึงกว่า 26 เท่า ส่วน ViaBTC mining pool ซึ่งเชื่อมโยงกับ CoinEx ยังถูกพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอีก 154 ล้านดอลลาร์ผ่านการจ่ายรายได้ขุดเหมืองและการอัดฉีดสภาพคล่องฉุกเฉินให้กับ Nobitex หลังถูกแฮ็ก 90 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2568
CoinEx ออกแถลงการณ์ผ่าน X เมื่อวันพฤหัสบดี ปฏิเสธว่าไม่มีความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์กับรัฐบาลอิหร่านหรือกระดานเทรดในประเทศ และโต้แย้งการตีความข้อมูลบล็อกเชนของ TRM Labs โดยระบุว่ากระแสเงินบนเชนไม่ได้พิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มรับรู้หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมผิดกฎหมาย
บริบทของรายงานนี้หนักกว่าตัวเลขที่ปรากฏ Nobitex ไม่ใช่แค่กระดานเทรดทั่วไป แต่ถูกชี้ว่าเป็นศูนย์กลาง "digital dollar pipeline" ของอิหร่าน ครองสัดส่วนราว 50% ของปริมาณซื้อขายคริปโตของประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนพฤษภาคม 2569 รอยเตอร์สรายงานว่า Nobitex มีความเชื่อมโยงกับบุคคลในครอบครัวที่ใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ซึ่งยกระดับนัยยะทางภูมิรัฐศาสตร์ของคดีนี้ขึ้นไปอีก
สำหรับกระดานเทรดในภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทย รายงานของ TRM Labs ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าการตรวจสอบ counterparty risk ในระดับ institutional และการตั้งเกณฑ์ตรวจจับรูปแบบธุรกรรมผิดปกติกับคู่ค้าต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบอีกต่อไป แต่คือการป้องกันความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและธรรมาภิบาลตลอดจนถึงกฏหมายการเงินที่ทุกแพลตฟอร์มต้องให้ความสำคัญ