คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแห่งเกาหลีใต้ (PIPC) ออกคำสั่งปรับ Bithumb กระดานเทรดคริปโตอันดับสองของประเทศ เป็นเงิน 210 ล้านวอน หรือราว 136,000 ดอลลาร์ หลังตรวจพบว่าบริษัทส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศรวม 14 แห่งโดยไม่ได้รับความยินยอมที่ถูกต้อง ครอบคลุมทั้งข้อมูลที่ส่งปลายทางให้ BingX และการโอนชื่อ ที่อยู่กระเป๋า และวันเกิดของผู้ใช้ข้ามพรมแดนโดยไม่แจ้งขออนุญาติให้ทราบ
คดีนี้ประกอบด้วยการละเมิดสองกรณีที่เกิดขึ้นต่างช่วงเวลากัน กรณีแรกเกิดขึ้นระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2568 เมื่อ Bithumb แชร์ข้อมูล Order Book ของตลาด USDT กับแพลตฟอร์มที่ดำเนินการโดย BingX ประเด็นสำคัญคือผู้ใช้เคยให้ความยินยอมให้โอนข้อมูลไปยัง Stellar exchange เท่านั้น แต่ข้อมูลกลับถูกส่งไปยัง BingX แทน ซึ่งถือเป็นการโอนข้อมูลไปยังบุคคลที่สามนอกเหนือจากที่ผู้ใช้อนุมัติ
กรณีที่สองมีขอบเขตกว้างกว่า PIPC พบว่า Bithumb ส่งข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ ทั้งชื่อ ที่อยู่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล และวันเกิด ไปยังกระดานเทรดต่างประเทศรวม 13 แห่งในระหว่างกระบวนการโอนสินทรัพย์ข้ามแพลตฟอร์ม โดยไม่ผ่านขั้นตอนขอความยินยอมที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเกาหลีใต้กำหนดไว้
นอกจากค่าปรับแล้ว PIPC ยังออกแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลสำหรับธุรกิจบล็อกเชนควบคู่กับคดีนี้ด้วย โดยระบุว่าข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อจริงหรือเลขประจำตัวประชาชน ไม่ควรถูกบันทึกลงบนบล็อกเชน เนื่องจากธรรมชาติของระบบที่โปร่งใสและแก้ไขไม่ได้ทำให้การลบข้อมูลดังกล่าวในภายหลังเป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิค แนวทางนี้สะท้อนความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่อุตสาหกรรมคริปโตทั่วโลกยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ระหว่างความโปร่งใสของเทคโนโลยีกับสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
อย่างไรก็ตาม Bithumb ไม่ใช่หน้าใหม่ในแง่การถูกตรวจสอบของทางการเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้บริษัทเผชิญความเสี่ยงถูกสั่งระงับกิจการบางส่วนเป็นเวลา 6 เดือนจากปมบกพร่องด้านกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน บทลงโทษที่สะสมขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนว่าโซลกำลังส่งสัญญาณอย่างจริงจังว่ากระดานเทรดคริปโตต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกับสถาบันการเงินดั้งเดิมในทุกมิติ ไม่เพียงแค่ด้านการเงิน แต่รวมถึงการจัดการข้อมูลผู้ใช้ข้ามพรมแดนด้วย
สำหรับบริบทไทย แนวปฏิบัติที่ PIPC ออกมาในคราวนี้อาจกลายเป็นเอกสารอ้างอิงที่ น่าจับตาสำหรับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และ ก.ล.ต. ในการพัฒนาแนวกำกับดูแลการโอนข้อมูลของ exchange ที่ให้บริการข้ามพรมแดน ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่เทาในเชิงกฎระเบียบของไทยในปัจจุบัน