ผู้ประกอบการรถร่วมฯบขส.ยื่น”คมนาคม”แก้ปัญหาเดือดร้อน ชี้กฎระเบียบไม่เป็นธรรมทำให้ค่าปรับสูงเกินจริง กระทบธุรกิจ-ทวงเงินช่วยเหลือค่าน้ำมัน “สิริพงศ์”มอบ ขบ.ทบทวนรอบด้านเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และรักษาหลักการของกฎหมาย
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ประกอบการรถร่วมโดยสารประจำทาง นำโดยนายปรีดา มากมูลผล นายกสมาคมการค้ารถตู้ พร้อมด้วยผู้แทนผู้ประกอบการ เข้าพบพร้อมยื่นหนังสือและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการฯ โดยมี นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายปิยะ โยมา รองอธิบดี ขบ. นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายวีรวัฒน์ พัฒนาถาวรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. ผู้แทนผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร รถบัส รถร่วม บขส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาจากผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง เพื่อร่วมกันการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการฯขอให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการ ดังนี้
1. ขอให้เร่งรัดมาตรการเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งยังไม่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ
2. ขอให้พิจารณาและทบทวนมาตรการเปลี่ยนรถโดยสมัครใจในเส้นทางไม่เกิน 100 กิโลเมตร จากรถมินิบัสเป็นรถตู้ รวมถึงการจัดทำมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการรถมินิบัสไฟฟ้า (EV) อาทิ การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสินเชื่อหรือค่าไฟแนนซ์
3. แนวทางการจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวนเที่ยววิ่งจริง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการ
และ 4. การผลักดันกฎหมายและกฎระเบียบเฉพาะสำหรับรถมินิบัส โดยแยกหลักเกณฑ์ตามประเภทและขนาดของรถ เพื่อสร้างมาตรฐาน ความชัดเจน และความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ รวมถึงการทบทวนอัตราค่าปรับตามหลักเกณฑ์ของ บขส. ให้มีความเหมาะสม
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ ขบ. พิจารณาทบทวนกฎระเบียบและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน ลดภาระด้านเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ รวมทั้งเร่งรัดการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมมอบหมายให้ บขส. พิจารณาทบทวนกฎระเบียบ ข้อบังคับ และอัตราค่าปรับต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมเป็นธรรม ตลอดจนทบทวนการกำหนดเที่ยววิ่งรถโดยสารให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดและเตรียมผลักดันมาตรการสนับสนุนเงินดาวน์สำหรับผู้ประกอบการรถตู้ที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้รถมินิบัส เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนยานพาหนะ โดยต้องใช้เป็นระบบ EV เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จไฟฟ้า รวมถึงมีแนวคิดสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยในลักษณะ “คนละครึ่ง” เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยจะนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
“ กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไปพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นธรรม ทั้งผู้ประกอบการและประชาชน ควบคู่กับการรักษาหลักการของกฎหมาย เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นระบบ ยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน”
นายอัสนี เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินชดเชยตามมาตรการตรึงค่าโดยสาร แม้จะดำเนินการยื่นเอกสารตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว แต่ต้องส่งเอกสารแก้ไขหลายรอบ ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกิจการ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นปัญหาการบังคับใช้กฎระเบียบที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการปรับเพิ่มอัตราค่าปรับบางกรณีจากเดิมหลักร้อยหรือหลักพันบาทเป็นหลักหมื่นบาท เช่น กรณีจอดรับส่งผู้โดยสารนอกจุดที่กำหนด หรือกรณีขาดพนักงานต้อนรับบนรถโดยสาร
สมาคมฯ ยังเสนอให้ บขส. ทบทวนระเบียบรถร่วม พ.ศ.2547 ลดขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน ปรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับเที่ยววิ่งจริง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบ รวมถึงจัดให้มีกลไกอุทธรณ์เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย