xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์-สิริพงศ์”หนุนรื้อบิลค่าไฟลดภาระปชช. ชี้”ทล.-ทช.”ตั้งงบจ่ายไฟสาธารณะ ต้องไม่กระทบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"พิพัฒน์" หนุน”พลังงาน” รื้อบิลค่าไฟ แจง”ค่าไฟทาง”แฝงค่า FT บ้านประชาชนมาเป็น 10 ปี ชี้ "นายกฯ" สั่งเร่งปรับลดภาระของประชาชน ด้าน "สิริพงศ์" หนุนรื้อโครงสร้างพร้อมตั้งงบจ่ายแต่ต้องไม่กระทบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการให้บริการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีมีเก็บ”ค่าไฟทาง”แฝงอยู่ในค่า FT บิลค่าไฟของประชาชน ว่า เป็นความพยายามที่จะลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน ตามนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จึงหาวิธีจนพบว่า มีการเก็บ”ค่าไฟทาง”รวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งเราก็เพิ่งรู้ ว่าทำแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้วที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนน เพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทาง

"เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงานหาวิธีการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงคมนาคมที่เคยออกข่าวไปว่าในโคมไฟต่างๆ ที่อยู่อยู่บนถนน อันไหนที่หมดอายุไปแล้ว ก็ต้องมีการเปลี่ยนไปใช้หลอด LED เพราะจะสามารถลดการใช้ไฟได้ 40-50% เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้มีการออกข่าวไปแล้วว่า ในการประหยัดค่าไฟ หากทำไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องมีการหารือกับสำนักงบประมาณว่าเราจะทำอย่างไร เพราะกระทรวงคมนาคมไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบหรือจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นได้ เนื่องจากตกปีละประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร"

นายพิพัฒน์ ย้ำว่า เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ เวลานี้ เกิดขึ้นมาหลาย 10 ปี และนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยจะต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน โดยที่ไม่ต้องไปบวกอยู่ในค่า FT

เมื่อถามว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สามารถไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณได้นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการของบประมาณเป็นอีกหนึ่งแนวทาง แต่เมื่อไปขอจากสำนักงบประมาณ ก็จะมีคำถามต่อไปว่า งบประมาณที่สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เก็บรวบรวมมาได้เป็นของใคร เงินมาจากไหน ก็จะเกิดคำถามตามมาอีก ในที่สุดเราก็ต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีการใดหรือวิธีการหนึ่ง เราก็ต้องให้กระทรวงพลังงานหาวิธีการมา


@"สิริพงศ์" ย้ำรัฐมุ่งลดภาระประชาชน

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาลว่า เป้าหมายสำคัญ คือการลดภาระค่าไฟของประชาชน ในส่วนของไฟถนน นั้น มาจากเมื่อปี 2530 มีข้อสังเกตุจากสำนักงบประมาณ ว่า กรณีมีสายไฟจำนวนมากที่พาดผ่านเสาไฟพื้นที่ที่เป็นทรัพย์สินของกรมทางหลวง จะคิดค่าเช่าใช้พื้นที่หรือไม่ การไฟฟ้าฯ จึงมีมติยกเว้นการเก็บค่าไฟที่เป็นลักษณะทางสาธารณะจากกรมทางหลวง จากนั้น มีความเห็นของคณะกรรมการกระจายอำนาจ กรณีท้องถิ่น เช่น กทม. เทศบาล อบต. ที่ให้บริการประชาชน สมควรได้รับการยกเว้นค่าไฟสาธารณะเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นแนวทางของการไฟฟ้าฯที่ดำเนินการ เป็นการบริหารไฟสาธารณะในภาพรวม ทั้งนี้ ถนนหรือเส้นทางที่มีการเก็บค่าผ่านทาง เช่น ทางด่วน มอเตอร์เวย์ นั้นไม่เข้าข่ายการยกเว้นค่าใช้ไฟ

โดยรัฐมนตรีฯพลังงาน จึงทำรายละเอียดค่าไฟว่ามีภาระจากส่วนใดบ้าง รายงานนายกฯ รับทราบ ซึ่งนายกฯได้สั่งการให้ไปดำเนินการแก้ปัญหา หากมีนโยบายในภาพรวม กระทรวงคมนาคม นั้นไม่ติดใจว่า กระทรวงพลังงานจะดำเนินการอย่างไร โดยหวังว่า มาตรการที่ออกมานั้น จะเป็นการลดภาระให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และไม่กระทบต่องานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการให้บริการประชาชน

“เรื่องที่มีการคิด”ค่าไฟทาง” รวมในบิลค่าไฟประชาชน ทำกันมากว่า 30 ปีแล้ว หลักการหากจะรื้อค่าไฟทางสาธารณะกันใหม่ ต้องพิจารณาถึงส่วนรายได้ที่กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะได้รับจากค่าใช้พื้นที่ หักลบกับค่าใช้ไฟ โดยปกติกระทรวงคมนาคมไม่ได้มีรายได้ กรณีที่ต้องจ่ายค่าไฟ หน่วยงานก็ต้องตั้งงบประมาณรายจ่าย ที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้ไม่อยากให้ไปกระทบต่องบการพัฒนาการให้บริการประชาชน หรือการไฟฟ้าฯจะหาวิธีการบริหารจัดการภายในเพื่อช่วย ก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งกระทรวงพลังงานต้องหาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสม

"เป้าหมายคือต้องเอาภาระส่วนนี้ออกจากประชาชน อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยลดค่าไฟได้ ส่วนหน่วยงานภาครัฐควรร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้ามาตรการลดการใช้ไฟฟ้าและปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย ก็ต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน ต้องสร้างค่านิยมการใช้พลังงาน"