xs
xsm
sm
md
lg

สมาคมฯเหล็กทรงยาวหนุนโรดแมป 3 ปี เปลี่ยนผ่านเทคโนฯเตาหลอมIFสู่ EAFผลิตเหล็กเส้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สมาคมฯเหล็กทรงยาวมาตรฐานและภาคส่วนอุตสาหกรรมเหล็กไทย สนับสนุนโรดแมป 3 ปี เปลี่ยนผ่านการใช้เตาหลอมIFในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างสู่เทคโนโลยีเตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) และเตาปรุงน้ำเหล็ก อุดรอยรั่วความเสี่ยง

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการสมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่าสมาคม การค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐานและภาคส่วนอุตสาหกรรมเหล็กไทยสนับสนุนนโยบายเชิงรุกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ประกาศโรดแมป 3 ปี เปลี่ยนผ่านการใช้เตาหลอมกระแส ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (IF) ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างสู่เทคโนโลยีเตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) และเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace) ที่ได้มาตรฐานสากลภายใน 3 ปีเพื่อความปลอดภัยในชีวิต เพราะตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา เทคโนโลยีเตาหลอม IF ที่อยู่ในมาตรฐาน มอก. ได้สร้างความสุ่มเสี่ยง และความกังวลในภาคการก่อสร้างมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (PROPOSED ROADMAP) เพื่อสนับสนุนแนวทางการ ทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายภายใน 3 ปีอย่างเป็นรูปธรรมและราบรื่น โดยเสนอ มาตรการเฉพาะหน้า ในการแก้ไขกฎระเบียบ มอก. ดังนี้

1.แก้ไข มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม): จำกัดให้เตา IF ผลิตได้เฉพาะชั้นคุณภาพ SR24 ขนาดไม่เกิน 15 มม. และอนุญาตให้ใช้เฉพาะอาคารประเภท Low Rise เช่นบ้านชั้นเดียวเท่านั้น

2.แก้ไข มอก. 24-2559 (เหล็กเส้นข้ออ้อย): บังคับใช้กระบวนการผลิตจากเตา EAF หรือ BOF เท่านั้น เนื่องจากเป็นโครงสร้างหลักและสาธารณูปโภคสำคัญของประเทศ

3.กำหนดข้อบังคับเครื่องจักร: กำหนดให้สายการผลิตเหล็กเส้นทุกชนิด ต้องติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace: LF) เป็นเครื่องจักรภาคบังคับ


จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านโลหะวิทยาและสิ่งแวดล้อม พบว่าเทคโนโลยี EAF มีข้อดีใน 4 มิติหลัก ดังนี้

1.เนื้อเหล็กบริสุทธิ์สูงด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง: ระบบ EAF ร่วมกับเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF) มีกระบวนการ ทางเคมี ที่เป่าออกซิเจนเพื่อดึงสิ่งมลทินกักตะกรัน และลดสารฝังในที่ไม่ใช่โลหะได้เด็ดขาด

2.เตา IF ทำได้เพียง "หลอมให้ละลาย" แต่ไม่มีกลไก เคมีในการ ขจัดสาร อันตรายอย่างกำมะถันฟอสฟอรัสหรือโบรอนออกไปได้ ทำให้สารเหล่านี้ฝังแน่นจนกลายเป็น เหล็กด้อยคุณภาพ เสี่ยงต่อการเปราะหักง่าย 3.โรงงานEAF ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100%