xs
xsm
sm
md
lg

สบพ.ลุยหลักสูตรผลิตนักบิน คาด 5 ปีต้องการอีก 2,400 คน รองรับเครื่องบินเพิ่ม 120 ลำ ทั่วเอเชียต้องการกว่า 4,000 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ภัทรพงศ์”เปิดหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี รุ่นที่ 132 ป้อนการบินไทย คาดใน 5 ปี ไทยมีครื่องบินเพิ่ม 120 ลำ ต้องการนักบินอีก 2,400 คน และภูมิภาคเอเชียคาดเพิ่ม 200 ลำ ต้องการนักบินกว่า 4,000 คน และบุคลากรอื่น ๆ อีกกว่า 10,000 คน

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศนักบิน หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี-เครื่องบิน รุ่นที่ 132 ณ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) กรุงเทพฯโดยมี พลเอก ดร.ดิเรก ดีประเสริฐ ประธานกรรมการ สบพ. และคณะกรรมการ สบพ. คณะผู้บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และศิษย์การบิน เข้าร่วมในพิธี

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการบินซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก โดยมี "นักบิน" เป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติการบิน ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุน สบพ. ในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร เทคโนโลยี และหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินโลก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ “ศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินระดับโลก (World-Class Aviation Training Hub) อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ “นักบิน” ยังเป็นที่ต้องการในระดับสากลจากปริมาณเที่ยวบินที่เติบโตต่อเนื่อง จากนโยบายการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ส่งผลให้สายการบินต่าง ๆ วางแผนขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง อาทิ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่เตรียมจัดหาเครื่องบินใหม่รวม 45 ลำ โดยจะทยอยรับมอบตั้งแต่ปี 2570–2576 สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ที่คาดการณ์ว่าในระยะ 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีเครื่องบินเพิ่มขึ้น 120 ลำ และต้องการนักบินเพิ่มขึ้นถึง 2,400 คน และในภูมิภาคเอเชีย คาดว่าจะมีเครื่องบินเพิ่มขึ้นราว 200 ลำ ต้องการนักบินรองรับกว่า 4,000 คน รวมถึงบุคลากรการบินด้านอื่น ๆ อีกกว่า 10,000 คน


ทั้งนี้ นายภัทรพงศ์ ได้กล่าวชื่นชมและยกย่องความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่าง 3 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สถาบันการบินพลเรือน, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในการบูรณาการศักยภาพร่วมกันเพื่อพัฒนากำลังคนด้านการบินคุณภาพสูง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการรองรับการเติบโตและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ในโอกาสนี้ได้มอบโอวาทสำคัญ 3 ประการ แก่ศิษย์การบินเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการทำงาน ได้แก่ ยึดมั่นในความปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของการบิน มีวินัยและเคารพกฎระเบียบ เพื่อเป็นรากฐานของความเป็นมืออาชีพ และพัฒนาภาวะผู้นำและการตัดสินใจที่ดี กล้าคิดอย่างเป็นระบบ และตัดสินใจด้วยสติและความรับผิดชอบ

“กระทรวงคมนาคมเชื่อมั่นว่า ด้วยหลักสูตรและระบบการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐานสากลของ สบพ.จะสามารถหล่อหลอมให้ศิษย์การบินรุ่นที่ 132 เติบโตเป็นนักบินอาชีพที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายภัทรพงศ์ กล่าว


ด้านนางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการ สบพ. ระบุว่า สำหรับศิษย์การบิน AP 132 จำนวนทั้งสิ้น 26 คน แบ่งเป็นศิษย์การบิน จากบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) จำนวน 24 คน และจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จำนวน 2 คน โดยทั้งหมดจะเข้ารับการฝึกอบรม ณ ศูนย์ฝึกการบิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน 2569 –22 ตุลาคม 2570 รวมระยะเวลา 70 สัปดาห์ ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น โดยครูการบินผู้เชี่ยวชาญจาก สบพ. เพื่อร่วมกันผลิตนักบินที่มีคุณภาพ รองรับการขยายฝูงบินและเส้นทางการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุตสาหกรรมการบินที่กำลังฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม สบพ. มีศักยภาพในการผลิตนักบินเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ปัจจุบัน "ศูนย์ฝึกการบิน หัวหิน" อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและก่อสร้างอาคารหลังใหม่เต็มรูปแบบอย่างครบวงจรด้วยมูลค่าโครงการราว 1,000 ล้านบาท โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ระยะที่ 1 และ 2 กำหนดเสร็จเดือนสิงหาคม 2570ประกอบด้วย อาคารโรงเรียนการบิน โรงเก็บเครื่องบิน และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ระยะที่ 2 (ต่อเนื่อง) กำหนดเสร็จกลางปี 2572 ประกอบด้วย อาคารที่พักศิษย์การบิน และอาคารที่พักพนักงาน

นอกจากนี้ สบพ. ยังได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในการจัดหาและทดแทนอุปกรณ์การฝึกอบรม ทั้งเครื่องบินจริงและเครื่องฝึกบินจำลอง (Simulator) เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งการยกระดับครั้งยิ่งใหญ่นี้ จะช่วยรองรับเป้าหมายการผลิตนักบินของ สบพ. ที่ตั้งเป้าไว้สูงถึง 120 คนต่อปี เพื่อสร้างบุคลากรการบินมาตรฐานสากลเข้าสู่ตลาด และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน