xs
xsm
sm
md
lg

รมว.อุตฯสั่งกนอ.สางปมเยียวยา”ประมงพื้นบ้านระยอง” จี้รายงานทุก2สัปดาห์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“วราวุธ”สั่งกนอ. เร่งเคลียร์ปมเยียวยากลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง สั่งให้รายงานทุก 2 สัปดาห์ “สุเมธ” เร่งตรวจสิทธิคาสรุปผลเดือนหน้า

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังร่วมรับหนังสือร้องเรียนและพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง กว่า 200 คน ที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเยียวยาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม จากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งมีความล่าช้าและยังหาข้อสรุปไม่ได้

นายวราวุธ กล่าวว่า ตนเองเข้าใจและเห็นใจพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัญหาเยียวยานี้ยืดเยื้อมานาน ปมปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือ เกณฑ์การจำแนกกลุ่มผู้เดือดร้อน (เขียว เหลือง แดง) และแนวทางการคำนวณรายได้สุทธิต่อปีที่ยังมองไม่ตรงกัน โดยจังหวัดระยองมีแนวทางคำนวณรูปแบบหนึ่ง ขณะที่ชาวประมงต้องการให้คิดจากรายได้และรายรับจริงหักลบต้นทุนสุทธิ เพื่อความยืดหยุ่นและเป็นธรรมสูงสุด

ดังนั้น จึงได้วางแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1.ให้มีการจับมือเจรจาหาข้อสรุป โดยมอบหมายให้ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งประสานงานและเปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดระยองโดยด่วน เพื่อปรับปรุงมาตรการและเกณฑ์การคำนวณรายได้ให้มีความยืดหยุ่นและสะท้อนความจริงของพี่น้องชาวประมง แลให้รายงานความคืบหน้าในทุก ๆ 2 สัปดาห์

และ 2.ดึงคนกลางร่วมตัดสิน ในกรณีที่ผลการเจรจายังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เสนอให้ดึงสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นหน่วยงานกลาง (Third Party) ในการวิเคราะห์และชี้ขาดเกณฑ์การคำนวณที่ยุติธรรม ซึ่งทางกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนเพื่อให้ได้ข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน

“งบประมาณที่จะนำมาเยียวยานั้นประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้กระบวนการพูดคุยตกผลึกร่วมกันจนได้แนวทางที่ชัดเจนและเป็นธรรมก่อน ทางกระทรวงฯ พร้อมจะรีบจัดสรรเพื่อจ่ายเยียวยาทันที” นายวราวุธ กล่าว


นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่าขณะนี้กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเพื่อตรวจสอบสิทธิ กลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งทำให้น้ำลดลงและต้นทุนเดินเรือสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันและนำ“สูตรคำนวณเทียบเคียงของท่าเรือแหลมฉบัง”มาเป็นต้นแบบปรับปรุงจนได้กรอบวงเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากงบประมาณมาจากภาษีประชาชน การจัดสรรเงินจึงต้องผ่านกระบวนการทางราชการที่รัดกุม ไม่สามารถใช้สูตรเดียวกันคูณจ่ายให้ทุกกลุ่มได้ เพราะผลกระทบมีความหนัก-เบาแตกต่างกัน อีกทั้งปัจจุบันระบบการขอจัดสรรงบประมาณได้เปลี่ยนผ่านจากสำนักงาน อีอีซี มาสู่กระทรวงต้นสังกัดและกลไกจังหวัด จึงต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ซึ่งคณะกรรมการจังหวัดได้จำแนกผู้เดือดร้อนออกเป็น 3 กลุ่ม (สีเขียว สีเหลือง สีแดง)

“ขณะนี้ คณะทำงานกำลังเร่งตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารทั้งหมด คาดว่าจะเปิดประชุมคณะอนุกรรมการชุดย่อยร่วมกับตัวแทนชุมชนได้ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นจะรีบนำผลสรุปเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ของจังหวัดระยองภายในเดือนหน้าเพื่อพิจารณาร่วมกัน”