xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์-สิริพงศ์”ยันผนังอุโมงค์ดอยหลวงถล่ม ไม่กระทบโครงสร้าง เร่งสอบสาเหตุ ย้ำไม่เลือกปฎิบัติ หรือเป็นญาติใคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พิพัฒน์-สิริพงศ์”สั่งเร่งสอบเหตุผนังอุโมงค์ดอยหลวงรถไฟสายใหม่ ช่วงเด่นชัย–เชียงของ (สัญญาที่ 3) ถล่ม ยันไม่กระทบโครงสร้าง ย้ำไม่เลือกปฎิบัติไม่ว่าเป็นบริษัทของใครหรือญาติใคร ให้มองเรื่องมาตรฐานผ่านเกณฑ์ประมูลกรมบัญชีกลาง กรมรางเร่งสอบใน 15 วัน ไม่ตัดเรื่องประมาทเลินเล่อแม้จะมีปัจจัยเรื่องธรรมชาติฝนหนักดินอุ้มน้ำ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีผนังอุโมงค์ดอยหลวง ในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลโชคชัย อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงรายโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ ช่วงเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ (สัญญาที่ 3) ช่วงเชียงราย–เชียงของ ถล่มระหว่างการปฏิบัติงานติดตั้งระบบกันน้ำรั่วซึม (Waterproofing) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น แม้ว่าปัจจัยหนึ่งจะมาจากภัยธรรมชาติในจุดก่อสร้างที่มีฝนตกหนักและมีดินสไลด์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจจะควบคุมไม่ได้ การป้องกันอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แม้วิศวกรและผู้รับเหมาจะมีการดูแลมีการป้องกันและควบคุมความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างดี แต่บางครั้งก็อาจจะหลุดจากกรอบที่มีการป้องกันไว้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานรัฐจะปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยหลังเกิดเหตุทุกครั้งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม

สำหรับงานก่อสร้างจะมีการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย ในทุกจุด และทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน และมีมาตรฐาน ISO ด้านการก่อสร้างกำกับ จึงเชื่อว่าวิศวกร ผู้รับเหมา หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีเหตุเกิดจขึ้นก็ไม่สามารถผลักภาระไปได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีการเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม

“เป็นเรื่องธรรมชาติ เวลาฝนตกหนัก ดินอุ้มน้ำมากแล้วมีการสไลด์ลงมา บางครั้งเราก็ยับยั้งไม่ได้ งานก่อสร้างมีอยู่จำนวนมาก วิศวกรและผู้รับเหมาพยายามดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”


@อย่ามองบริษัทของใคร ให้ดูตรงที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกที่กำหนดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีบริษัทผู้รับเหมาที่เกิดเหตุ มีส่วนเกี่ยวข้องกับทาฝ่ายการเมืองและรัฐบาล จะมีผลต่อการตรวจสอบการปฏิบัติงานที่ทำให้เกิดเหตุหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า อย่าคิดว่าเป็นญาติใครหรือบริษัทของใคร แต่ต้องดูว่า บริษัทรับเหมาที่เข้ามารับงานก่อสร้างนั้น ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติมาตรฐานการก่อสร้างตามที่กำหนดไว้หรือไม่ เพราะการได้มาซึ่งสัญญาก่อสร้างจะต้องผ่านการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีการคัดเลือกอย่างเข้มงวดตามเงื่อนไขกรมบัญชีกลางที่เป็นผู้คัดเลือก ไม่ใช่กระทรวงคมนาคม และยังมีสถาบันที่มีมาตรฐานการก่อสร้างเป็นที่ปรึกษา ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะสนับสนุนข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีก่อสร้างต่อกรมบัญชีกลางเพื่อเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ

"อย่าไปมองว่าเป็นญาติใครหรือบริษัทของใคร แต่ต้องดูว่าผ่านเกณฑ์การประเมินหรือไม่ หากผ่านหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย บริษัทไหนก็มีสิทธิเข้ารับงานได้เหมือนกัน ทุกงานจัดซื้อจัดจ้างต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันไม่เลือกว่าเป็นของใครเป็นพี่น้องใครของญาติใคร แต่ถือว่าเป็นคู่ค้าของกระทรวงคมนาคม”

นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหตุสุดวิสัยหรือเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติงาน ตอนนี้คงยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นความผิดของใครต้องตั้งค่าการสอบข้อเท็จจริงก่อน กรณีนี้ไม่น่าจะใช้เวลาสอบนานมากนัก โดยขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกสัญญาหรือขึ้นบัญชีดำบริษัทผู้รับจ้างแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอผลสอบข้อเท็จจริงก่อน โดยต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมย้ำว่าผู้รับจ้างทุกรายจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ บริษัทผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขสัญญาและกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

กรณีงานก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมเกิดอุบัติเหตุบ่อย เรื่องนี้ก็ต้องดูเรื่องของสัดส่วนของจำนวนโครงการที่มีในปัจจุบันเพราะแต่ละปีกระทรวงคมนาคมมีการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมาก แต่ละโครงการต้องใช้เวลาก่อสร้างแค่ไหน ต้องเอามาเปรียบเทียบกัน บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศหรือภัยธรรมชาติที่ยากต่อการควบคุม ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุหรือปัญหาในงานก่อสร้าง

ตอนนี้ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการยกเลิกสัญญาหรือแบล็คลิสผู้รับจ้าง แต่ต้องอยู่ที่การสอบสวนไม่มีการยกเว้นต้องรอผลการสอบสวนก่อนไม่มีการยกเว้นบริษัทใดเป็นกรณีพิเศษ ทุกบริษัทมีความเท่าเทียมกันเมื่อเข้ามารับประมูลงานรัฐได้ไปแล้วแสดงว่าต้องมีความพร้อมมีความเชี่ยวชาญในงานนั้นๆ ทุกกรณีทุกงานจะซื้อจัดจ้างต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันไม่เลือกว่าเป็นของใครเป็นพี่น้องใครของญาติใครแต่ถือว่าเป็นคู่ค้าของกระทรวงคมนาคม


ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากรายงานของรฟท.อุโมงค์ดอยหลวงเจาะทะลุแล้วอยู่ในขั้นตอนทำระบบระบายน้ำ ซึ่งช่วงนี้ จ.เชียงราย มีฝนตกหนัก ดินอุ้มน้ำมาก ซึ่งผนังที่พังประมาณ 5 ตารางเมตร โดยยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์โดยรวม ทางวิศวกรได้ติดตามอย่างใกล้ชิดโดยเพิ่มมาตรฐานเฝ้าระวังรวมถึงเพิ่มระบบซัพพอร์ต โดยในการตรวจสอบจะไม่ตัดทุกประเด็นนอกจากธรรมชาติแล้วยังมีเรื่องประมาทเลินเล่อหรือไม่ โดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) จะมีการตรวจสอบหาสาเหตุและจะมีคณะกรรมการกลางเข้ามาดูอีกชั้นหนึ่ง

กรณีมีข้อสังเกตุเรื่องบริษัทผู้รับเหมาที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลนั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า การได้รับงานเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ได้เกี่ยวกับเป็นบริษัทใคร ซึ่งการจัดซื้อจัดจ้างก็มีมาก่อนรัฐบาลชุดนี้

“อุโมงค์เจาะทะลุแล้วแต่ยังมีขั้นตอนการทำระบบป้องกันน้ำในชั้นแรก หนาประมาณ 20-30 ซม.ซึ่งหากเป็นฤดูปกติจะไม่มีปัญหาพอเป็นฤดูฝน ที่มีปริมาณน้ำมากโหลดจะเพิ่ม ส่วนตัวโครงสร้างนั้นไม่มีปัญหารองรับได้ ตอนนี้นายกฯ และรมว.คมนาคมกำชับให้เข้มงวดก่อสร้างมากขึ้น”

สำหรับ อุโมงค์ดอยหลวง (อ.เชียงแสน จ.เชียงราย) มี ความยาว 3.4 กม. อยู่ในสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย - เชียงของ มีกิจการร่วมค้าซีเคเอสที - ดีซี3 ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง วงเงิน 19,385 ล้านบาท