“เอกนัฏ” เร่งสังคายนา “ค่าไฟทาง” บี้ติดมิเตอร์ และแยกบัญชีออกมาให้ชัดว่าเป็นค่าไฟของไฟทางเท่าไหร่ เพื่อให้หน่วยงานใช้งบประมาณมาจ่ายค่าไฟแทนที่จะหมกเม็ดรวมอยู่ในค่าไฟประชาชน เผยมติ กพช.สั่ง 2 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย “กฟภ.-กฟน.” เร่งติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าทางสาธารณะ เพื่อแยกค่าไฟทาง คำนวณค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องและชัดเจน
วันที่ 22 มิ.ย. 69 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกรณีมีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของบ้านเรือนประชาชนมานานกว่า 10 ปีว่า ตามที่ตนได้เสนอแนวทางจะช่วยลดค่าไฟฟ้าของประชาชน 3 เรื่อง คือ สัญญาแอดเดอร์ชั่วนิรันดร์ ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ายุคแรก ตั้งแต่ปี 2550-2551 ที่รัฐให้เงินอุดหนุนบวกเพิ่ม (Adder) ในราคาสูงเพื่อจูงใจภาคเอกชน จนปัจจุบันกลายเป็นภาระประชาชน เนื่องจากเป็นสัญญาไม่มีวันหมดอายุ โดยผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าที่ได้คืนทุนแล้ว แต่ยังคงขายไฟได้ในราคาสูง
2. เรื่องค่าไฟทางที่หลบตาประชาชนไปใส่อยู่ในบิลค่าไฟ และ 3. อัตรารับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้า และอัตราที่ขายไฟให้กับเอกชน อย่างการทำดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ควรคิดในอัตราที่ถูก
ดังนั้น ประเด็นค่าไฟทางหลวง-ทางหลวงชนบท เป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องเร่งสังคายนา เพราะการเอาไปบวกในค่าไฟของทุกคนของทุกประเภทแบบนี้ไม่ถูกต้อง
ส่วนการบวกเพิ่มค่าไฟในลักษณะนี้ เกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วต้องติดมิเตอร์ แยกบัญชีออกมาให้เห็นชัดว่าตกลงค่าไฟของไฟทางเป็นเท่าไหร่ หน่วยราชการที่รับผิดชอบก็สามารถไปของบมาจ่ายค่าไฟได้เหมือนหน่วยราชการทั่วไป หากแยกส่วนนี้ออกมาได้ ค่าไฟสำหรับประชาชนก็จะถูกลง จากการที่ต้องจ่ายกันโดยที่ไม่รู้ตัวราวปีละ 10,000 ล้านบาท ก็ต้องรีบจัดการแก้ไข
นายเอกนัฏยืนยันว่าเรื่องนี้ตนตั้งใจพูดให้ประชาชนได้รับทราบ เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะรู้ ขณะนี้ตนกำลังจัดการเพื่อให้มีการแยกบัญชีค่าไฟส่วนนี้ออกไป โดยให้หน่วยงานที่ใช้ไฟเป็นผู้รับผิดชอบ เราจะได้เห็นให้ชัดว่าตกลงแล้วมันเป็นเท่าไหร่ ไม่ใช่มาหลบหูหลบตาประชาชน และย้ำว่าจะเร่งดำเนินการโดยทันที
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ประเด็นค่าไฟทางสาธารณะรวมอยู่ในค่าไฟฐาน เป็นเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้หารือกับ 2 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย คือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มาอย่างต่อเนื่อง และเคยมีมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ตั้งแต่ปี 2566 ให้ปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย
โดยให้ชะลอการจำแนก “ค่าไฟฟ้าสาธารณะ” ออกจากค่าไฟฟ้าฐาน ตามข้อเสนอของ กกพ. มอบหมายให้ 2 การไฟฟ้า ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าสาธารณะให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถจำแนกและคำนวณค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสมในทางปฏิบัติในระยะต่อไป
ที่ผ่านมาทาง 2 การไฟฟ้าแจ้งว่ายังไม่มีความพร้อมในการติดตั้งมิเตอร์และจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรองรับการแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ แม้ว่าล่าสุด 2 การไฟฟ้าระบุว่ามีแผนทยอยติดตั้งมิเตอร์สาธารณะจำนวนมาก ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศ และจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรองรับการแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะก็ตาม
หากสามารถแยกต้นทุนได้อย่างชัดเจน หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบไฟฟ้าสาธารณะ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ควรเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคอยู่แล้ว