xs
xsm
sm
md
lg

โกลเบล็ก มอง SET แกว่งกรอบ 1,550-1,600 จุด ลุ้น กนง.-ปิดงบ Q2 แนะ"ซื้อหุ้นเข้า-เลี่ยงหุ้นออก"SET50/100

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก (GBS) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ระดับ 1,550-1,600 จุด โดยปัจจัยที่ดัชนียังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,600 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีปัจจัยบวกที่คอยพยุงดัชนี ได้แก่ แบบจำลอง GDPNow ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 2/69 จะขยายตัวถึง 3% เร่งตัวขึ้นจาก 1.6% ในไตรมาสแรก ขณะที่ในประเทศ S&P Global Ratings ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ BBB+ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล รวมถึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวลดลง 3 วันติดต่อกัน ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยลบที่สร้างแรงกดดันต่อการลงทุนซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลจาก FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายนนี้ และให้น้ำหนัก 20% ที่จะปรับขึ้นถึง 0.50% ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 7-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% สอดคล้องกับการคาดการณ์ พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางกำลังผลักดันต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร


สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะนี้ ปัจจัยในประเทศ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2569 ในวันที่ 24 มิ.ย. ตามด้วยการแถลงยอดผลิตและส่งออกยานยนต์จาก ส.อ.ท. และภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ก่อนปิดงวดงบการเงินไตรมาส 2/69 ในวันที่ 30 มิ.ย. และในช่วงสัปดาห์ที่ 5 จะมีการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) รวมถึงรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังและภูมิภาค

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีนในวันที่ 22 มิ.ย. พร้อมการรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นของอียู ถัดมาในวันที่ 23 มิ.ย. จะมีการรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของญี่ปุ่น อียู และสหรัฐฯ ปิดท้ายด้วยวันที่ 24 มิ.ย. สหรัฐฯ จะรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 1/2569 ยอดขายบ้านใหม่ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBS แนะนำกลยุทธ์ในช่วงที่ตลาดแกว่งตัว ผันผวนให้นักลงทุนเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับโดยเฉพาะกลุ่มหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ประกาศนำเข้าคำนวณในดัชนีรอบครึ่งหลังของปี 2569 โดยหุ้นที่แนะนำสำหรับการเก็งกำไร รับการปรับพอร์ตดัชนี ได้แก่ หุ้นที่เข้าคำนวณใน ดัชนี SET50 (BCP, MRDIYT, TFG, THAI) และ ดัชนี SET100 (MRDIYT, THAI, THCOM, WHAUP) ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุน จากนักลงทุนสถาบันไหลเข้ามาลงทุน พร้อมทั้งแนะนำให้ระวังแรงขาย จากการปรับลดน้ำหนัก การลงทุนในหุ้นที่นำออกจากการคำนวณในดัชนี SET50 (BTS, CBG, CENTEL, SAWAD) และ SET 100 (JAS, JMART, SISB, SJWD)