บริษัทจีนซุ่มปลดคนอย่างค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับงดรับพนักงานใหม่ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเร่งรัดการปรับใช้เทคโนโลยี AI อย่างรวดเร็ว แต่ต้องไม่เร็วเกินไปจนนำไปสู่การเลย์ออฟครั้งใหญ่ซึ่งอาจทำให้สังคมไร้เสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ ซิตี้แบงก์ประเมินว่า งานราว 70 ล้านตำแหน่งในจีนมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วย AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานวัย 20-29 ปี
หลิว พนักงานสัญญาจ้างวัย 26 ปีของบริษัทอินเทอร์เน็ตใหญ่แห่งหนึ่ง เผยว่า นายจ้างเริ่มปลดพนักงานสัญญาจ้างออกอย่างเงียบๆ ตั้งแต่เดือนมี.ค. หลังจากสั่งให้พนักงานใช้เครื่องมือ AI ที่รวมถึง AI agent อย่าง OpenClaw ที่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในจีนในปีนี้ นอกจากนั้นยังเริ่มลดการว่าจ้างบัณฑิตจบใหม่ ขณะที่บริษัทจีนกำลังแข่งกันดำเนินการระบบ AI
หลิวเพิ่มเติมว่า OpenClaw สามารถทำงานที่คนส่วนใหญ่ทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยหลังจากที่ป้อนขั้นตอนการทำงานทั้งหมดของตัวเองใน OpenClaw แล้ว พนักงานเหล่านั้นอาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ขณะที่บริษัททั่วโลกพยายามปรับใช้ AI แต่บริษัทจีนต้องเผชิญความท้าทายที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากปักกิ่งต้องการให้บริษัทท้องถิ่นยอมรับ AI อย่างรวดเร็วเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องไม่เร็วเกินไปจนกระทั่งพนักงานจำนวนมากถูกลอยแพซึ่งจะคุกคามต่อเสถียรภาพทางสังคม
พนักงาน 9 คนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี บันเทิง และโฆษณาเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า บริษัทจีนหลายแห่งกำลังซุ่มปลดพนักงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้ถูกรัฐบาลตรวจสอบ ขณะที่พยายามเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI ไปพร้อมกัน
กลยุทธ์ของบริษัทเหล่านั้นตรงข้ามกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ประกาศปลดพนักงานจำนวนมากอันเนื่องมาจากความก้าวหน้าของ AI ซึ่งรวมถึงเมตา ที่นำไปสู่แนวคิดทางการเมืองในตะวันตกที่หยิบยกความกังวลของผู้คนต่อเทคโนโลยีนี้มาปลุกระดมมวลชน
เลี่ยงปลดคนระลอกใหญ่
ภายใต้กฎหมายแรงงานของจีน บริษัทต่างๆ ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลหากต้องการปลดพนักงานเกิน 10% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และที่ผ่านมา ศาลจีนเคยคัดค้านการปลดพนักงานและแทนที่ด้วย AI มาแล้วอย่างน้อย 3 คดี
ผู้จัดการอาวุโสของบริษัทฟินเทคขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของจีน บอกว่า บริษัทเอกชนต้องเผื่อใจสำหรับความไร้ประสิทธิภาพบางระดับเพื่อหลีกเลี่ยงการปลดพนักงานจำนวนมากที่อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางสังคมและนัยทางการเมือง เขาสำทับว่า ตอนนี้บริษัทบิ๊กเทคทุกแห่งในจีนเริ่มปรับโครงสร้าง โดยงานด้านการตลาดและงานส่วนหน้าถูกแทนที่ด้วย AI เป็นส่วนใหญ่
วิศวกรคนหนึ่งของแผนกคลาวด์ของอาลีบาบาเผยว่า การลดจำนวนพนักงานที่ขับเคลื่อนโดย AI เริ่มปรากฏในหลายส่วนของบริษัท และมีแนวโน้มดำเนินต่อไปผ่านการลดพนักงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งงดรับพนักงานใหม่มาทดแทนพนักงานที่ลาออกหรือเกษียณ แทนการเลย์ออฟครั้งใหญ่รอบเดียว
เหอ ชูจิง นักวิเคราะห์อาวุโสของบริษัทที่ปรึกษา พลีนัม ระบุว่า บริษัทไฮเทคใหญ่ของจีนกำลังทุ่มสุดตัวกับ AI ซึ่งประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีนี้มีแนวโน้มทำให้ความต้องการจ้างงานลดลง กระนั้น บริษัทขนาดใหญ่ถูกคาดหวังให้ใช้ความรอบคอบในการปลดพนักงาน
ขณะเดียวกัน บริษัทบางแห่งไม่ได้ใช้ AI แทนที่งานหรือบทบาทต่างๆ เท่านั้น แต่ยังใช้ชี้วัดว่า พนักงานปรับใช้ AI เร็วพอหรือไม่ โดยใช้โทเคน ซึ่งเป็นหน่วยวัดการใช้การประมวลผลจาก AI เพื่อประเมินประสิทธิภาพของพนักงาน แม้วิธีนี้ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มผลผลิตโดยตรงหรือบ่งชี้คุณภาพของงานที่เกิดจากการใช้ AI ก็ตาม
วิศวกรบิ๊กดาต้าของบริษัทไฮเทคชั้นนำแห่งหนึ่งของจีนเล่าว่า ผู้จัดการเริ่มจัดอันดับพนักงานจากจำนวนโทเคนที่ใช้ในเดือนมี.ค. และผลลัพธ์ที่ได้จะใช้ประกอบการพิจารณาประสิทธิภาพการทำงานและโอกาสในการเลื่อนตำแหน่ง
อุตสาหกรรมบันเทิงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกดิสรัปต์มากที่สุด ขณะที่สตูดิโอที่ผลิตซีรี่ส์แนวตั้งต้นทุนต่ำเปลี่ยนไปใช้นักแสดงและฉากที่สร้างโดย AI
อะยาเสะ โปรดิวเซอร์ซีรี่ส์แนวตั้งวัย 22 ปีที่เพิ่งถูกปลดเมื่อเดือนก.พ. บอกว่า ฝ่ายผลิตเคยมีพนักงาน 30-40 คน แต่หลังจากเปลี่ยนไปใช้ AI แต่ละทีมเหลือพนักงานแค่ 10 คน และแค่ 2 คนสำหรับการถ่ายทำที่ใช้คนและฉากจริง
AI บูม-งานหด
แผนการริเริ่ม "AI Plus" ของปักกิ่งตั้งเป้าให้ทุกภาคอุตสาหกรรมสำคัญปรับใช้ AI เพิ่มขึ้นเป็น 70% ภายในปี 2027 ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านอาจมีความยากลำบาก เนื่องจาก AI แทนที่ตำแหน่งงานได้เร็วกว่าช่วยขับเคลื่อนเพื่อสร้างตำแหน่งงานใหม่
ปัจจุบัน จีนกำลังประสบปัญหาอัตราว่างงานในหมู่หนุ่มสาวพุ่งสูง และแรงงานที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างไม่สมดุล
ขณะเดียวกัน แม้การประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 74% ในปีที่ผ่านมา แต่ข่าวดีนี้ได้ซุกซ่อนปัญหาของตลาดแรงงานโดยรวมที่บัณฑิตจบใหม่จำนวนถึง 12.7 ล้านคนต้องเผชิญทั้งภาวะขาลงของอัตราเงินเดือนเริ่มต้นและจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับ
ในรายงานเมื่อไม่นานมานี้ ซิตี้แบงก์ประเมินว่า 9.6% ของงานทั้งหมดในจีน หรือราว 70 ล้านตำแหน่ง มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วย AI และความเสี่ยงนี้เพิ่มขึ้น 13.6% สำหรับพนักงานวัย 20-29 ปี
สื่อของทางการจีนเผยแพร่บทความที่พยายามให้ความมั่นใจกับพนักงานว่า AI ไม่ได้ทำลายช่องทางทำมาหากินของผู้คน และเจ้าหน้าที่กำลังศึกษาผลกระทบจาก AI ต่อการจ้างงานและแผนการส่งเสริมทักษะใหม่ๆ ทว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยแนวทางรับมือเชิงนโยบายอย่างละเอียด
เมื่อไม่นานมานี้ แฮชแท็ก "AI anxiety" มียอดเข้าชมกว่า 7.8 ล้านวิวบนแอป RedNote ซึ่งผู้ใช้ถกเถียงกันว่า AI จะทำให้พวกเขาหมดประโยชน์เหมือนช่างทอผ้าในยุโรปในศตวรรษที่ 19 ที่ต้องสูญเสียงานให้เครื่องทอผ้าแบบใช้พลังไอน้ำหรือไม่
ปัจจุบัน มีการพัฒนา AI agent ที่โฆษณาอย่างเปิดเผยว่า ทำงานแทนพนักงานได้ทั้งแผนก เช่น Wukong (หงอคง) แพลตฟอร์ม AI แบบ multi-agent สำหรับองค์กรของอาลีบาบาที่มาพร้อมทักษะ “one-person company” และออกแบบมาเพื่อทำงานต่างๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงการขายสินค้าระบบอี-คอมเมิร์ซ การสตรีมสด และการพัฒนาซอฟต์แวร์
หลิวทิ้งท้ายว่า คนที่ไม่ใช้ AI จะถูกคัดออก และในที่สุดแล้ว AI จะแทรกซึมเข้าสู่ทุกแง่มุมในชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้