บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นปี 2569 ฟื้นคืนสู่ความคึกคัก ดัชนีพุ่งทะยานขึ้นแล้ว 325.39 จุด หรือเพิ่มขึ้น 25.83% แต่การดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรงจำกัดวงอยู่เฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ขณะที่หุ้นตัวเล็กในตลาด mai ไม่ไหวติงและแทบไม่ขยับปรับตัวขึ้นแต่อย่างใด
ดัชนี mai สิ้นปี 2568 ปิดที่ระดับ 217.05 จุด ล่าสุดปิดที่ระดับ 218.44 จุด เพิ่มขึ้น 1.39 จุดเท่านั้น โดยนับจากต้นปีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ สวนทางกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อย่างสิ้นเชิง
หุ้นทั้งหมดในตลาด mai มีจำนวน 229 บริษัท ในอดีตส่วนใหญ่เคยเป็นหุ้นที่มีการเก็งกำไรกันอย่างคึกคัก ราคาเคลื่อนไหวร้อนแรง โดยยุคที่เฟื่องฟูสุดขีด ดัชนี mai เคยสร้างจุดสูงสุดที่ 801.35 จุด เมื่อเดือนมีนาคม 2558 แต่ค่อย ๆ ทรุดลงมา โดยเฉพาะหลังปี 2566 รูดลงหนัก
ปัจจุบันตลาด mai มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมจำนวน 213,164 ล้านบาท มีค่า P/E เรโชเฉลี่ยที่ 67 เท่า และอัตราเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.66%
การที่ตลาด mai ซึมยาวนานหลายปี และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว เนื่องจากภาวะกำไรที่ร้อนแรงเกินไป โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยพื้นฐาน และหุ้นส่วนใหญ่มักมีการสร้างข่าว ปล่อยข่าวลือเพื่อกระตุ้นราคา หรือมีนักลงทุนขาใหญ่ เจ้ามือหรือเจ้าของอยู่เบื้องหลังการสร้างราคาหรือปั่นหุ้น
หุ้นหลายสิบบริษัท แม้ผลประกอบการจะขาดทุนต่อเนื่อง ไม่สามารถประเมินราคาที่เหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานได้ แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งทะยานขึ้น เพราะการปั่นราคาในรูปแบบต่าง ๆ และมีการเชียร์หุ้นอย่างเป็นขบวนการ ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่ โดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่ ไม่ได้ตระหนักถึงความเสียหาย และตามแห่เข้าไปเก็งกำไร ทั้งที่หุ้นไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ
หุ้นในตลาด mai ถูกปั่นกันจนช้ำ ราคาถูกลากขึ้นสูงเกินจริง และมีการปล่อยข่าว สร้างข่าว วาดฝันแนวโน้มการเติบโตในอนาคตอย่างเกินจริง ล่อแมลงเม่าให้บินเข้ากองไฟ เมื่อบรรดาเสี่ยหุ้นขาใหญ่หรือเจ้ามือหุ้นปล้นนักลงทุนจนรวยกันหนำใจ จุดดับของหุ้นปั่นก็มาถึง พร้อมกับขาลงที่ยืดเยื้อของตลาดหุ้น ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2566
นักลงทุนรายย่อยจำนวนหลายล้านคนต้อง “ติดกับ” หุ้นปั่น หุ้นในตลาด mai นับร้อยบริษัท ราคาปรับตัวลงเกินกว่า 50% และตกอยู่ในสภาพตายซาก ไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย ราคาแทบไม่มีการเคลื่อนไหว หลังจากทรุดหนักลงไปกองอยู่ที่พื้น ใครที่ติดหุ้นไว้ ต้องถือหุ้นรอคอยอย่างสิ้นหวัง
นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ผลประกอบการมั่นคง จ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงอย่างสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเสียหายจากภาวะความตกต่ำของตลาดหุ้นในช่วง 3 ปีก่อนหน้า และบางส่วนเริ่มมีกำไร เพราะหุ้นที่ถือลงทุนไว้ราคาดีดตัวกลับจนสร้างจุดสูงสุดใหม่กันหลายบริษัท
แต่นักลงทุนที่นิยมเก็งกำไรหุ้นตัวเล็กจำนวนนับล้านคนยังติดอยู่บนยอดดอย ขาดทุนกันป่นปี้ ถึงขั้นหมดตัว โดยเฉพาะการตามแห่เก็งกำไรหุ้นในตลาด mai เพราะหุ้นแทบทั้งหมด 229 บริษัท ยังอยู่ในสภาพเฉาซึมสนิท
แม้ยังมีหุ้นใน mai บางตัวพยายามปลุกผีเก็งกำไรขึ้นมาใหม่ แต่สุดท้ายเจ้ามือหรือเจ้าของก็ลากไปต่อไม่ไหว และราคาหุ้นกำลังถอยลงสู่พื้นฐานที่เป็นจริง เช่นเดียวกับหุ้นปั่นอีกนับร้อยบริษัท
ตลาดหุ้น mai กลายเป็นสุสานของหุ้นตายซากไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ฌาปนกิจเท่านั้น