จีลี่เตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดจากอุณหภูมิแบตเตอรี่ที่สูงเกินไปจากเทคโนโลยีชาร์จไวพิเศษโดยไม่เอ่ยชื่อใคร แต่หลายคนเดาว่า น่าจะหมายถึงบีวายดีที่กำลังทุ่มโปรโมท Blade Battery รุ่นที่สองและระบบ Flash-charging
วันอังคารที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) จีลี่โพสต์ในบัญชีอย่างเป็นทางการของบริษัทบนวีแชต โดยพาดหัวไม่อ้อมค้อมว่า “อุณหภูมิทะลุ 65 องศาเซลเซียส? ไม่แนะนำ!”
ตามรายงานของ CnEVPost โพสต์ดังกล่าวอ้างอิงมาตรฐานแห่งชาติฉบับปัจจุบันของจีน GB/T44500-2024 โดยระบุว่า ค่าเกณฑ์อ้างอิงอุณหภูมิสูงสุดขณะชาร์จสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ไม่ควรเกิน 65%
แม้จีลี่ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทใดโดยตรง แต่มีการคาดเดาอย่างกว้างขวางว่า โพสต์นี้แอบเหน็บบีวายดีที่กำลังทุ่มโปรโมท Blade Battery รุ่นที่สองและเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ Flash-charging ที่สามารถจ่ายกำลังไฟสูงสุด 1,500 กิโลวัตต์
ข้อโต้แย้งของจีลี่อ้างอิงกฎของจูล (Joule's law) ที่ระบุว่า ความร้อนในแบตเตอรี่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และยิ่งชาร์จเร็วขึ้น อุณหภูมิของเซลล์ยิ่งไต่สูงเร็วขึ้นตามไปด้วย
จีลี่สำทับว่า เมื่อระบบชาร์จเร็วระดับเมกะวัตต์แพร่หลายมากขึ้น ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่จึงต้องเผชิญข้อกำหนดทางเทคนิคที่เข้มงวดขึ้น และเสริมว่า แบตเตอรี่ Shendun Golden ของบริษัทที่ผ่านการทดสอบของศูนย์วิจัยและเทคโนโลยียานยนต์ของจีน มีอุณหภูมิสูงสุดที่เพียง 64 องศาเซลเซียสตลอดกระบวนการชาร์จระดับเมกะวัตต์
จีลี่ยังย้ำว่า แบตเตอรี่ของตนผ่านการรับรองมาตรฐาน GB38031-2025 อย่างสมบูรณ์เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมาตรฐานนี้ถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยด้านแบตเตอรี่ที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์
ในโพสต์ของจีลี่ระบุว่า แค่การชาร์จเร็วไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการรับประกันความปลอดภัย!
จุดเริ่มต้นของประเด็นถกเถียงนี้อาจย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่บล็อกเกอร์ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่จีนไลฟ์สดการทดสอบระบบ Flash-charging ของบีวายดีโดยใช้รถ Fang Cheng Bao Tai 3 ซึ่งพบว่า ภายใต้อุณหภูมิแวดล้อม 25 องศาเซลเซียส รถรุ่นนี้ชาร์จแบตเตอรี่จาก 9% ถึง 97% โดยใช้เวลา 9 นาที 9 วินาที แต่ที่จุดทดสอบหลายตำแหน่งอุณหภูมิพุ่งทะลุ 74 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 76.42 องศาเซลเซียส
บล็อกเกอร์คนดังกล่าวตั้งข้อสังเกตว่า ปกติอุณหภูมิแบตเตอรี่ขณะชาร์จจะอยู่ที่ราว 60 องศาเซลเซียส และโดยพื้นฐานแล้วไม่ควรเกิน 70 องศาเซลเซียส เขายังเตือนว่า อุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดแก๊ซในอิเล็กโทรไลต์ และเพิ่มความเสี่ยงฟิล์ม SEI เสื่อมสภาพ
วันรุ่งขึ้น หลี่ หยุนเฟย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์และประชาสัมพันธ์ของบีวายดี ออกแถลงการณ์สั้นๆ บนเว่ยป๋อ เชิญชวนผู้สนใจเดินทางไปยังภูเขาเปลวไฟหรือหัวเยี่ยนซานในเมืองถู่หลูฟาน มณฑลซินเจียง ระหว่างเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุด และลองใช้ระบบ Flash Charging
แต่กระแสถกเถียงยังไม่จบ ในงานประชุมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้บริหารคนหนึ่งของโกชั่น ไฮ-เทค ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีพลังงานและผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำของจีน กล่าวว่า ระบบชาร์จเร็วพิเศษส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดยอุณหภูมิการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับแบตเตอรี่ LFP คือ 60 องศาเซลเซียส และลิเธียมเฮกซาฟลูโอโรฟอสเฟตจะเริ่มสลายตัวช้าๆ ที่อุณหภูมิดังกล่าว และสลายตัวเร็วขึ้นที่ระดับ 70 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้ ลิเธียมเฮกซาฟลูโอโรฟอสเฟตคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของต้นทุนอิเล็กโทรไลต์ และเป็นวัสดุหลักในการนำไฟฟ้าของลิเธียมไอออน
เมื่อเผชิญการตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดบีวายดีตัดสินใจออกมาตอบโต้โดยตรง โดยในวันที่ 19 พ.ค. ซุน ฮัวจุน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของกลุ่มธุรกิจแบตเตอรี่ของบีวายดี ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ไม่ควรด่วนสรุปง่ายๆ ว่า เทคโนโลยีการชาร์จเร็วพิเศษทำให้แบตเตอรี่เสียหาย และเสริมว่าทุกครั้งที่มีการพัฒนาระบบชาร์จให้เร็วขึ้น คนมักกังวลว่า จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ทว่า ในความเป็นจริงเทคโนโลยีได้พัฒนาเพื่อรับมือปัญหาเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นเดียวกัน
เขาเสริมว่า โครงสร้างแบบสมมาตรของ Blade Battery ทำให้กระแสไฟสามารถไหลออกจากทั้งสองด้าน และพื้นผิวทั้งด้านบนและด้านล่างระบายความร้อนได้พร้อมกันจึงช่วยลดความร้อนสะสม นอกจากนั้น บีวายดียังปรับขนาด Blade Battery รุ่นที่สองเพื่อรองรับระบบ Flash Charging
ซุนยังบอกว่า ขีดจำกัดของแบตเตอรี่ไม่ได้อยู่ที่ 70 องศาเซลเซียส และตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อ 2-3 ปีก่อน อุตสาหกรรมยังเชื่อว่า ขีดจำกัดสำหรับแบตเตอรี่ LFP อยู่ที่ 60 องศาเซลเซียสเท่านั้น
เขาบอกว่า อุตสาหกรรมไม่ควรถูกจำกัดอยู่กับตัวเลขตายตัว และย้ำว่า ประเด็นสำคัญคือการทำความเข้าใจกลไกที่ทำให้อุณหภูมิมีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ และเดินหน้าทลายขีดจำกัดด้วยนวัตกรรม
ฉากหลังของการถกเถียงนี้คือการแข่งขันเข้มข้นในตลาดระหว่างบีวายดีกับจีลี่ จากข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน (CPCA) จีลี่คว้าแชมป์ยอดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ด้วยตัวเลข 848,116 คัน ลดลง 17.7% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ส่วนบีวายดีทำได้ 766,401 คัน ลดลง 39.1%
ในส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) บีวายดียังคงครองอันดับ 1 ตามด้วยจีลี่ 470,396 คัน
ทั้งนี้ บีวายดีเลิกผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายในมาตั้งแต่เดือนมี.ค. 2022 และหันมาโฟกัส NEV แทน ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) ส่วนจีลี่ยังทำตลาดรถใช้น้ำมันอยู่