xs
xsm
sm
md
lg

"Shutdown the Laundering" เมื่อ Forex เถื่อน โยงนักการเมืองและดารา สั่นคลอนความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



DSI จับมือ 4 หน่วยงาน ปูพรมตรวจค้น 24 จุดใน 5 จังหวัด อายัดบัญชี 77 ราย ยึดเงินสด 65 ล้านบาท รถซูเปอร์คาร์ 5 คัน ทองคำแท่ง นาฬิกา 113 เรือน กระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ และ Hardware wallet อีก 4 ชิ้น ความเสียหายที่แท้จริงทะลุ 1,000 ล้านบาท ผู้เสียหายเกือบ 500 คน และผลการแถลงวันที่ 19 มิ.ย. เปิดชื่อจริงครั้งแรก "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สส.พรรคประชาชน พบเส้นทางเงิน 28 ล้านบาทโอนเข้าบัญชี 14 ครั้ง ขณะที่ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ถูกระบุว่าเคยมีบทบาทขับเคลื่อนบริษัทที่มีผู้เสียหายร้องเรียน แต่ DSI ย้ำทั้งสองยังเป็นเพียง "ผู้ต้องสงสัย"

ปฏิบัติการ "Shutdown the Laundering" เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ไม่ใช่แค่การจับขบวนการ Forex เถื่อนรายย่อย แต่คือการแงะฝาโลงของระบบอาชญากรรมทางการเงินที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน โครงสร้างไม่ต่างจากคดี Forex-3D ที่เคยสั่นคลอนประเทศในปี 2562 เพียงแต่คราวนี้ เส้นทางเงินลากถึงบุคคลในแวดวงการเมืองและบันเทิง ซึ่งผลการแถลงอย่างเป็นทางการวันที่ 19 มิ.ย. ยืนยันชื่อจริงแล้ว แม้ DSI จะยังระวังคำพูดว่าไม่ตั้งข้อหาและยินดีรับฟังคำชี้แจง

ช่องว่างระหว่าง "เส้นทางเงินเชื่อมถึง" กับ "กระทำผิดจริง" นั้นกว้างพอที่จะทำให้คดีนี้กลายเป็นสนามรบใหม่ทั้งในห้องสอบสวนและสนามการเมือง


ย้อนกลับไปเช้าตรู่วันที่ 16 มิถุนายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การนำของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดปฏิบัติการรหัส "Shutdown the Laundering" ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุดพร้อมกัน ครอบคลุมกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชักชวนลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในจำนวน 24 จุดนั้นเป็นบริษัท 15 แห่ง และบ้านพักของบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 9 แห่ง

ของกลางที่ยึดได้มีรายการละเอียดยาวกว่าที่ข่าวรายงาน นอกจากเงินสด 65,270,000 บาทที่พบในตู้เซฟ รถยนต์หรู 5 คัน รถยนต์ทั่วไปอีก 15 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน ทองคำแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 50 บาท เครื่องประดับทองและเพชร กระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ นาฬิกา 113 เรือน เงินแท่ง 12 กิโลกรัม เงินสกุลต่างประเทศมูลค่าราว 600,000 บาท อาวุธปืน 3 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน คอมพิวเตอร์ 55 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง แท็บเล็ต 2 เครื่อง ยังมี Hardware wallet สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และ USDT อีก 4 ชิ้น รวมถึงเอกสารแสดงโครงสร้างเครือข่ายอีกจำนวนหนึ่ง

ที่น่าตื่นตาเป็นพิเศษคือการที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานชี้ให้เห็นการแทรกแซงระบบซื้อขาย ทั้งการควบคุมราคา การหน่วงเวลา การล็อกคำสั่งซื้อขาย หรือการทำให้ระบบขัดข้อง ซึ่งยังอยู่ระหว่างตรวจสอบทางเทคนิค


สามวันต่อมา วันที่ 19 มิถุนายน 2569 พ.ต.ต.ยุทธนา พร้อมด้วย ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงผลอย่างเป็นทางการที่กระทรวงยุติธรรม คดีพลิกเข้าสู่บทที่สังคมรอคอย เมื่อชื่อจริงของบุคคลถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเบื้องหลังฉาก

ในการแถลง DSI เปิดรายชื่อโบรกเกอร์ที่ถูกระบุในสำนวนซึ่งสังคมไม่เคยได้ยินชื่อในฐานะผู้ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องมาก่อน ได้แก่ QRS Global, HFM, GOFX และ Eterwealth (หรือ Etherwell ในเอกสาร DSI) รวมถึงกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) อย่าง อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global และ แอคมี่ นอกจากนี้ยังมีบริษัทรับชำระเงินอีก 2 แห่งคือ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นท่อส่งเงินของขบวนการ

ฟากฝั่งธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันในการแถลงอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex รายใดได้รับอนุญาตจาก ธปท. อย่างถูกต้อง ซึ่งปิดช่องอ้างสถานะทางกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์เหล่านี้มีรูปแบบร่วมกันคือจดทะเบียนในประเทศ Offshore ที่กฎหมายหย่อนยาน ไม่ว่าจะเป็นเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ หมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ เกาะเคย์แมน หรือโดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงอำนาจกำกับดูแลของไทย เมื่อเกิดข้อพิพาทจึงทำให้ผู้เสียหายแทบไม่มีทางใช้สิทธิตามกฎหมายได้เลย


ขณะที่กรรมวิธีหลอกลวงเป็นสูตรสำเร็จที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักดี แต่ยังได้ผลซ้ำแล้วซ้ำเล่าในไทย เริ่มจากการแอบอ้างว่าเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต สร้างเว็บไซต์ที่ดูน่าเชื่อถือ ส่งเซลล์ประกบดูแลลูกค้าเป็นรายคน โชว์ไลฟ์สไตล์หรูหรา รถสปอร์ต การท่องเที่ยวต่างประเทศ และผลพอร์ตกำไรสูง ช่วงแรกถอนเงินได้จริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนจะตั้งเงื่อนไข เรียกค่าธรรมเนียม หรืออ้างการอัปเกรดคอร์สจนปิดทางถอนเงินในที่สุด

ในส่วนของ DSI นั้นยังพบพฤติกรรมน่าสงสัยในระบบ IB ที่รายได้ของ IB ไม่ขึ้นกับกำไรขาดทุนของลูกค้า แต่คิดจากปริมาณธุรกรรมล้วนๆ ทำให้ IB มีแรงจูงใจกระตุ้นให้ลูกค้าเทรดบ่อยขึ้น โดยไม่แคร์ว่าลูกค้าจะขาดทุนหรือไม่

จุดที่สะเทือนสังคมมากที่สุดในการแถลงวันที่ 19 มิ.ย. คือ ร.ต.อ.เขมชาติ เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบระบบเพย์เมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน พบผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์เริ่มต้น 1 รายมูลค่า 70 ล้านบาท และเมื่อขยายผลพบว่ามีผู้เสียหายในกลุ่มนี้ประมาณ 500 ราย ความเสียหายรวมสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า "ตัวเลขที่ห่างจากของกลาง 65 ล้านบาทที่ยึดได้เกือบ 15 เท่า" เม็ดเงินปริศนานั้นอยู่ที่ไหน และมีการเชื่อมโยงถึงใครที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่


และในเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบนั้น ร.ต.อ.เขมชาติ ระบุว่าพบการโอนเงินจำนวน 28 ล้านบาท รวม 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท เข้าบัญชีของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมย้ำชัดว่า "การโอนเงินอาจไม่เกี่ยวข้องกับการทำผิด" และ "ภาวุธยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด" เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมยังไม่มีคำตัดสินของศาล ซึ่งทาง DSI จะทำหนังสือเชิญให้เข้ามาชี้แจง

ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา ระบุว่า "สำหรับดาราที่มาเกี่ยวข้องคือ "รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม" โดยมีความเชื่อมโยงจากกลุ่มโบรกเกอร์ ในลักษณะเคยมีบทบาทขับเคลื่อนบริษัทที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ต่างจากกรณีภาวุธที่เชื่อมโยงจากกลุ่มเพย์เมนต์

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองออกมาปฏิเสธในวันที่ 18 มิ.ย. โดย ภาวุธตอบสั้นๆ ว่า "รอดูหมายก่อน" ส่วน "ฟิล์ม รัฐภูมิ" ยืนยันว่าพร้อมเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชื่อเดียวกันนี้เคยถูกโยงกับคดี Forex-3D ในปี 2567 ด้วยเรื่องเส้นทางเงิน 6 ล้านบาทจากอภิรักษ์ โกฎธิ มาแล้ว

ร.ต.อ.เขมชาติ ย้ำปิดท้ายว่า "ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่มีฝ่ายการเมืองมากดดัน เพราะเราสืบสวนสอบสวนมาระยะหนึ่งแล้ว และมีความจำเป็นที่ต้องตรวจค้นในตอนนี้ เพราะเกรงผู้เสียหายจะเสียหายมากขึ้น"


ใครได้ ใครเสีย ในนาทีชิงเรตติ้ง

DSI และกระทรวงยุติธรรมได้ภาพลักษณ์เชิงรุกอย่างชัดเจน ปกติ ธปท. ในฐานะผู้กำกับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไม่ค่อยลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมลักษณะนี้ การมีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วมเก็บหลักฐานทางดิจิทัลจาก Hardware wallet และเซิร์ฟเวอร์ทำให้สำนวนน่าจะแน่นกว่าคดี Forex-3D ที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟ้องสำเร็จ

ขณะที่ผู้เสียหาย 500 รายมีโอกาสได้รับการเยียวยาหาก DSI ส่งมอบทรัพย์ให้ ปปง. ตามกระบวนการที่เคยทำในคดีพี มายเนอร์ คริปโตฯ แม้จะต้องยอมรับว่าของกลาง 65 ล้านนั้นห่างไกลจากความเสียหายรวม 1,000 ล้านมากนัก

ฝั่งผู้เสียประโยชน์แน่นอนว่าแสงไฟส่องตรงไปที่ "ภาวุธ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ" ซึ่งได้รับความเสียหายทางชื่อเสียงไปก่อนแล้ว ก่อนมีการตัดสินใด ๆ ทั้งที่ DSI เองยังไม่ตั้งข้อหา ทำให้เกิดช่องว่างคำถาม "ระหว่างการเปิดชื่อต่อสาธารณะ กับสิทธิของผู้ต้องสงสัย" ก่อนมีหมายเรียกนั้นเป็นประเด็นที่นักกฎหมายต้องจับตา

ในส่วนของตลาดการเงินดิจิทัลโดยรวมอาจได้รับแรงกดดันด้านการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น หากสังคมมองว่า Forex เถื่อนกับ Crypto ถูกมัดรวมกัน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายต้องระมัดระวัง

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน

คดีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ เนื่องจากทั่วโลกกำลังเพิ่มการตรวจสอบแพลตฟอร์มเทรดที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่นหน่วยงานกำกับดูแลในสิงคโปร์ (MAS) และมาเลเซีย (SC) ต่างออกมาตรการปราบปราม Forex Broker ผิดกฎหมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าสร้างแรงกระเพื่อมให้กับประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่กระแสเดียวกัน

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของสำนวน DSI คือโบรกเกอร์หลายรายในคดีนี้ จดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore และบางรายถูกเพิกถอนใบอนุญาตในต่างประเทศไปแล้ว นั่นหมายความว่าปัญหาไม่ได้จบที่พรมแดน แต่ต้องการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศซึ่งไทยยังทำได้ไม่เต็มที่นัก

การที่ ธปท. ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าไม่มี Forex Broker รายใดได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องส่งสัญญาณชัดว่าไทย อาจกำลังเตรียมกรอบกฎหมายใหม่สำหรับตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะส่งผลต่อโบรกเกอร์ Forex ออนไลน์ทุกรายที่ดำเนินงานในไทย ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือไม่

 ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์
ประเด็นที่สื่อไทยส่วนใหญ่ยังไม่ตั้งคำถามคือ "ทำไมขบวนการแบบนี้ถึงเติบโตได้โดยไม่ถูกสกัดตั้งแต่ต้น"

เครือข่ายนี้สะสมผู้เสียหายได้ถึง 500 รายและความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนที่ DSI จะเข้าทลาย ต้องตั้งคำถามกลับไปที่กลไกเฝ้าระวังเชิงรุกของ ธปท. และ ก.ล.ต. ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่อินฟลูเอนเซอร์ซื้อได้ด้วยเม็ดเงินและเว็บไซต์ปลอมสร้างได้ในสัปดาห์เดียว

ความน่ากังวลในระดับนโยบายคือท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ตอบเพียงสั้นๆ ว่า "เป็นเรื่องของระดับ DSI" ก่อนการแถลง ไม่ว่าจะตีความในแง่บวกว่าเป็นความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม หรือตีความว่าฝ่ายการเมืองกำลังรักษาระยะห่างจากคดีที่มีชื่อนักการเมืองฝ่ายค้านปรากฏอยู่ คำตอบหนึ่งประโยคนั้นบอกอะไรหลายอย่างในตัวมันเอง

ความเสี่ยงที่ตลาดกำลังมองข้าม

ความเสี่ยงแรกที่หนักที่สุดคือ "Forex-3D รอบสอง" คดีปี 2562 ใช้เวลากว่า 6 ปีจึงเริ่มมีการเยียวยาผู้เสียหาย หากกระบวนการยุติธรรมยังทำงานด้วยความเร็วเดิม ผู้เสียหาย 500 คนในคดีนี้อาจต้องรอถึงกลางทศวรรษ 2570 กว่าจะได้รับเงินคืน ในขณะที่พฤติการณ์ความผิดอาจเข้าข่ายกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน ทั้ง พ.ร.ก.กู้ยืมเงินฯ ปี 2527, พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ปี 2535, พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ ปี 2546 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี 2550 ซึ่งหมายความว่าการสรุปสำนวนจะซับซ้อนกว่าคดีปกติหลายเท่า

ความเสี่ยงที่สองคือ Hardware wallet 4 ชิ้นในของกลาง สัญญาณว่าเครือข่ายนี้ใช้ Bitcoin และ USDT เป็นส่วนหนึ่งของกลไกฟอกเงิน ขบวนการอาชญากรรมทางการเงินไทยกำลังปรับตัวสู่โลก Web3 เร็วกว่าที่ระบบกฎหมายจะรับมือได้ทัน และยิ่งเมื่อโบรกเกอร์จดทะเบียนใน Offshore ทรัพย์สินดิจิทัลก็ยิ่งติดตามกลับยากขึ้นอีกชั้น

ความเสี่ยงที่สามและละเอียดอ่อนที่สุดคือ "การเปิดชื่อก่อนตั้งข้อหา" DSI ระบุชื่อภาวุธและฟิล์ม รัฐภูมิ อย่างเป็นทางการต่อสื่อ แต่ยังย้ำว่าทั้งสองไม่ใช่ผู้ต้องหาและยังไม่มีหมายเรียก ช่องว่างเชิงกฎหมายนี้คือทุ่นระเบิดสำหรับ DSI เช่นกัน หากหลักฐานไม่แน่นพอในชั้นอัยการ บุคคลที่ถูกเปิดชื่อต่อสาธารณะโดยไม่ถูกดำเนินคดีได้จริงย่อมมีสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายกลับ


ความเสี่ยงสุดท้ายคือผู้เสียหาย 500 คนที่กำลังถูกดูดความสนใจออกไปจากกระแสดราม่าชื่อคนดัง DSI เปิดช่องให้แจ้งเบาะแส แต่ขั้นตอนการเยียวยาจริงยังไม่ชัดเจน และตัวเลข 1,000 ล้านบาทที่เสียหายนั้น ของกลางที่ยึดได้ยังคงคืนได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

3 ฉากทัศน์ในอนาคต

ฉากทัศน์ที่ดีที่สุด (Bull Case) - DSI รวบรวมสำนวนแน่น อัยการรับฟ้องผู้ต้องหาในกลุ่มโบรกเกอร์และเพย์เมนต์สำเร็จ บุคคลมีชื่อเสียงถูกดำเนินคดีตามความรับผิดที่พิสูจน์ได้จริง ทรัพย์ถูกส่งให้ ปปง. และผู้เสียหายได้รับเงินคืนบางส่วนภายใน 2-3 ปี คดีนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้ ธปท. และ ก.ล.ต. ออกกรอบกำกับดูแล Forex แพลตฟอร์มเชิงรุก และส่งสัญญาณเชิงบวกต่อนักลงทุนต่างชาติที่จับตาความจริงจังของไทยในการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน

ฉากทัศน์ฐาน (Base Case) - DSI ฟ้องผู้ต้องหาหลักในกลุ่มปฏิบัติการสำเร็จ แต่บุคคลมีชื่อเสียงทั้งสองยืนยันได้ว่าไม่รู้ที่มาของเงินหรือมีสัญญาจ้างชัดเจน คดีนักการเมืองและดาราค่อยๆ จางหายจากหน้าสื่อ ผู้เสียหายรายย่อยรอคิวอีกหลายปี และคดีนี้กลายเป็นแค่บรรทัดฐานกึ่งๆ ที่ไม่เคยถูกนำมาอ้างใช้จริง

ฉากทัศน์เลวร้าย (Bear Case) - สำนวนมีปัญหาในชั้นอัยการ บุคคลมีชื่อเสียงพ้นคดี กลับมาฟ้องหมิ่นประมาท DSI ด้วยความเสียหายทางชื่อเสียงที่ประเมินค่าสูงลิ่ว สังคมรู้สึกว่าถูกหลอกสองชั้น ทั้งจากขบวนการ Forex และจากกระบวนการยุติธรรมที่ตั้งหน้ากล้องแต่หลักฐานไม่พอ ความเชื่อมั่นในระบบการกำกับดูแลการเงินตกต่ำ และสำนักข่าวต่างชาติรายงานไทยในฐานะประเทศที่อาชญากรรมทางการเงินยังลอยนวลได้แม้ถูกเปิดโปง


ทั้งนี้ตัวเลขที่น่าตั้งคำถามในคดีนี้ไม่ใช่ 65 ล้านบาทของกลาง แต่คือ 1,000 ล้านบาทที่สูญหายไปจากมือคนไทย 500 คน ในขณะที่ระบบกำกับดูแลไม่สามารถสกัดได้ตั้งแต่ต้น

และการที่ ร.ต.อ.เขมชาติ ต้องออกมายืนยันในการแถลงสาธารณะว่า "ไม่มีฝ่ายการเมืองมากดดัน" นั้นน่าสังเกตด้วยตัวมันเอง เจ้าหน้าที่ที่ทำงานบนหลักฐานปกติไม่จำเป็นต้องพูดประโยคนี้ก่อนที่ใครจะถาม แต่คราวนี้พูดแบบไม่ต้องรอ......เข้าสำนวนมีมวัยรุ่นที่ว่า "ลื้อดูร้อน" แบบผิดธรรมชาติ


กระนั้น Hardware wallet 4 ชิ้นในของกลาง คือสัญญาณที่สำคัญที่สุดในคดีนี้ซึ่งถูกมองข้ามมากที่สุด อาชญากรรมทางการเงินไทยไม่ได้วิวัฒนาการไปสู่ Web3 เพราะแฮกเกอร์ฉลาดขึ้น แต่เพราะกฎหมายและกลไกกำกับดูแลไม่เคยก้าวทัน และหากระบบยุติธรรมยังเดินด้วยความเร็วคดี Forex-3D ปี 2562 ที่ 6 ปีผ่านไปยังไม่จบ การเดิมพันว่าคดีนี้จะแล้วเสร็จเร็วกว่าก็คงเป็นการมองโลกสวยงามเกินไป


ส่วนเรื่องจังหวะเวลา ชื่อนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านที่ปรากฏในคดีนี้ ในช่วงที่รัฐบาลอนุทินกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองหลายด้านโดยเฉพาะประเด็นการเผางบโครงการ "TH-AI Passport" กว่า 1.6 พันล้านบาทโดยไม่สมเหตุสมผล และเร่งร้อนอย่างมีพิรุธ นั่นอาจเป็นเรื่องบังเอิญของการสืบสวน 6 เดือน หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ อย่างไรก็ตามความยุติธรรมที่แท้จริง ต้องทนทานต่อการตรวจสอบทั้งสองทิศทางทั้งฝั่งยุติธรรมและฝั่งจริยธรรม