กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งข่าวประชาชน ภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ 1 ก.ค.69 เป็นต้นไป จะขออนุญาตปรับระบบการให้บริการไปสู่ดิจิทัล 100% จำนวน 2 บริการ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ทางออนไลน์ช่องทางเดียว และยุติให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษแก่หน่วยงานราชการ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมขอแจ้งข่าวถึงประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ ขออนุญาตปรับระบบการให้บริการไปเป็นรูปแบบดิจิทัล 100% จำนวน 2 บริการ คือ บริการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ห้างหุ้นส่วนและบริษัท และยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และยกระดับงานบริการโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมได้พัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ให้มีความสะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาไม่เกินกว่าระยะเวลาการยื่นจดทะเบียนแบบ Walk In ทำให้การยื่นจดผ่านออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสถิติล่าสุด 1-18 มิ.ย.2569 มียื่นจดผ่านระบบ DBD Biz Regist จำนวน 4,644 คำขอ คิดเป็น 95.48% ของการจดทะเบียนตั้งใหม่ทั้งหมด ขณะที่ Walk In มีจำนวนเพียง 220 คำขอ คิดเป็น 4.52% แลถะมีจังหวัดที่มีการใช้งานจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist แบบ 100% ถึง 28 จังหวัด เช่น กระบี่ กำแพงเพชร ปัตตานี เลย หนองคาย เป็นต้น
“จากสถิติดังกล่าว แสดงว่า ประชาชนและภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการจดบริษัทผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป จะให้จดตั้งธุรกิจใหม่ ทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด ทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว ส่วนคนที่ยังหลงมาในช่วงเปลี่ยนผ่าน กรมได้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำไว้แล้ว ไม่ได้ทอดทิ้ง และยังตั้งเป้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 จะเปิดให้บริการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนนิติบุคคลเป็นออนไลน์ทุกประเภท”นายพูนพงษ์กล่าว
สำหรับการจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist จะช่วยให้ภาคธุรกิจประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ
นายพูนพงษ์กล่าวว่า อีกบริษัทที่จะเป็นออนไลน์ 100% คือ ยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ หลังจากเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 320 แห่ง มาเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน” เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญของการดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป กรมจะยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐเช่นเดียวกัน
โดยจะเปลี่ยนผ่านไปสู่งานให้บริการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (BDEX: Business Data Exchange) ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลจากกรม เพื่อสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลได้โดยตรงแบบ Real Time และระบบบริการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหน่วยงานภาครัฐ (DBD e-Service for Government) เพื่อขอรับบริการหนังสือรับรอง รายการทางทะเบียนนิติบุคคล งบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
“การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือ Data-Driven Government ซึ่งจะทำให้ระบบราชการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ อีกทั้งยังลดความซ้ำซ้อนของการเรียกเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ อันจะเป็นยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ อีกทั้งยังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมได้ให้บริการข้อมูลนิติบุคคลโดยออกหนังสือรับรองนิติบุคคลจำนวน 2.3 ล้านฉบับ คิดเป็นกระดาษถึง 9.2 ล้านแผ่น และออกสำเนาเอกสารทางทะเบียนและสำเนางบการเงินรวม 10 ล้านแผ่น รวมใช้กระดาษไปทั้งสิ้นประมาณ 19.2 ล้านแผ่นต่อปี”นายพูนพงษ์กล่าว