SET ปิดเช้าที่ 1,574.42 จุด ลดลง 10.64 จุด (-0.67%) มูลค่าซื้อขายราว 30,436 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ ระบุตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขาย-ขาดปัจจัยใหม่หลังดีลข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านจบลง และผลประชุมเฟดโทน Hawkish อีกทั้งแรงกดดันจาก DELTA หลังโบรกเกอร์หั่นคาดการณ์ Q2/69 แม้ S&P คงเรทติ้งไทยแต่ไม่มีผลมากนัก แนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งแดนลบ ให้แนวรับ 1,575-1,570 จุด แนวต้าน 1,580-1,590 จุด
ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้าที่ 1,574.42 จุด ลดลง 10.64 จุด (-0.67%) มูลค่าซื้อขายราว 30,436 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าช่วงต้นชั่วโมงดีดขึ้นก่อนจะไหลลงลึก โดยทำจุดต่ำสุด 1,570.10 จุด ส่วนจุดสูงสุด 1,592.34 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.)เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เปิดช่วงต้นแกว่งแดนบวก แต่สุดท้ายก็เคลื่อนไหวในแดนลบ เพราะขาดปัจจัยใหม่หนุน หลังจากที่สหรัฐนและอิหร่านลงนามข้อสตกลงเพื่อยุติสงคราม และเปิดให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กรอบเวลา 60 วัน รวมถึง ตอบรับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่ Hawkish แล้ว
ตลาดบ้านเราเผชิญแรงขายหุ้น DELTA เป็นหลัก เพราะคาดการณ์กำไรในไตรมาส 2/69 ชะลอตัว โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัสคาดการเติบโต QoQ จะอ่อนตัวลงแม้ YoY ยังเติบโตได้ดี จากเดิมคาดจะเติบโตทั้ง QoQ , YoY ขณะที่ การที่ S&P คงอันดับเครดิตของไทยที่ BBB+ ไม่ได้มีผลต่อตลาดมากนัก
แนวโน้มช่วงบ่าย คาดว่าเคลื่อนไหวในแดนลบ และขึ้นกับราคาหุ้น DELTA หากราคาหลุด 340 บาทมีโออกาสที่จะปรับลงต่อได้ พร้อมให้แนวรับที่ 1,575-1,570 จุด แนวต้าน 1,580-1,590 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,630.07 ล้านบาท ปิดที่ 337.00 บาท ลดลง 9.00 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,482.83 ล้านบาท ปิดที่ 36.25 บาท ลดลง 0.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,399.54 ล้านบาท ปิดที่ 206.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
MINT มูลค่าการซื้อขาย 1,201.65 ล้านบาท ปิดที่ 24.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,139.44 ล้านบาท ปิดที่ 63.25 บาท ลดลง 0.25 บาท