"ไทยยูเนี่ยน" เปิดรายงานความยั่งยืนประจำปี 68 ประกาศความสำเร็จจัดหาทูน่ายั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นดูแลผู้คนและโลกตามกลยุทธ์ SeaChange®
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะผู้นำด้านการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุด ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าของไทยยูเนี่ยนในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่มีความซับซ้อนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษนับตั้งแต่ไทยยูเนี่ยนได้ประกาศเจตนารมณ์ในการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืนในปี 2558 ปัจจุบัน 99.9% ของปลาทูน่าที่บริษัทจัดหานั้นมาจากแหล่งประมงที่มีความรับผิดชอบ 95% ของปลาทูน่าในห่วงโซ่อุปทานมีการติดตามตรวจสอบขณะออกเดินเรือในทะเล และ 100% ของปลาทูน่าในห่วงโซ่อุปทานนั้นสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงเรือประมง นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้ยกระดับการดูแลสวัสดิภาพแรงงานบนเรือประมงและเพิ่มความโปร่งใสในแนวปฏิบัติด้านแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TU กล่าวว่า “อาหารทะเลถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลก การดูแลท้องทะเลให้ยังคงความอุดมสมบูรณ์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารทะเลสู่อนาคตที่ยั่งยืน การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยนตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน การส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตร ตลอดจนความมุ่งมั่นในการเดินหน้าสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย เราภูมิใจกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น และยังคงมุ่งยกระดับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมปกป้องมหาสมุทร ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และดูแลให้ปลาทูน่ายังคงเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นถัดไป”
รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 (สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่) นำเสนอความสำเร็จดังกล่าวภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนระดับโลก SeaChange® และรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานในการพัฒนาปรับปรุงการประมง การยกระดับมาตรฐานแรงงานบนเรือประมง ตลอดจนการเสริมสร้างความรับผิดชอบและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าในระยะยาว
สำหรับ ความก้าวหน้าสำคัญที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลของไทยยูเนี่ยนนั้น มีดังต่อไปนี้ 99% ของปลาทูน่าที่ไทยยูเนี่ยนจัดหานั้นมาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ Marine Stewardship Council (MSC) อยู่ระหว่างการประเมิน หรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาการประมง 99% ของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยน อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาการทำงานและสวัสดิการแรงงานประมง (Fisher Work & Welfare) การตรวจประเมินตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานบนเรือประมง (Vessel Code of Conduct) หรือโครงการอื่นๆ ที่เทียบเท่า
100% ของปลาทูน่าที่จัดหาภายในห่วงโซ่อุปทาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงเรือประมงหรือกลุ่มเรือประมง ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและรูปแบบเอกสาร 95% ของห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่ามีการติดตามตรวจสอบขณะออกเดินเรือในทะเล ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบการดำเนินงานบนเรือประมงได้อย่างโปร่งใสและเป็นอิสระ
บริษัทสามารถปฏิบัติตามมาตรการของมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ได้ครบถ้วน 100% โดยได้รับการยืนยันผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ
บริษัทสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาค (Regional Fisheries Management Organizations: RFMO) ได้ครบถ้วน 100% โดยไม่มีการจัดหาปลาทูน่าจากเรือที่อยู่ในบัญชีดำด้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร TU กล่าวว่า “การผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมทูน่านั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งความพยายาม ความมุ่งมั่น และความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ซึ่งนับเป็นงานที่ท้าทายเพราะทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญ นับตั้งแต่กระบวนการพัฒนาปรับปรุงการประมง การตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ทวนสอบมาตรฐาน ตลอดจนการดูแลสวัสดิภาพของแรงงานบนเรือประมง ซึ่งไทยยูเนี่ยนได้ขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในมิติดังกล่าว และเรายังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง”
นอกเหนือจากความก้าวหน้าในด้านการจัดหาปลาทูน่า รายงานฉบับนี้ยังสะท้อนบทบาทความร่วมมือกับพันธมิตรในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในมิติอื่นๆ ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหากุ้งอย่างมีความรับผิดชอบ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบคาร์บอนต่ำ การเก็บกู้อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (ghost gear) การเงินเพื่อความยั่งยืน การฟื้นฟูระบบนิเวศ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและในทะเล การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การยกระดับสวัสดิภาพแรงงาน ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของชุมชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ในปี 2568 ไทยยูเนี่ยนยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนบนเวทีโลก โดยได้รับคะแนน 89 จาก 100 ในการประเมิน Corporate Sustainability Assessment ของ S&P Global และครองอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ประจำปี 2568 ในระดับ A- ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำ (Leadership) สะท้อนมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายที่ท้าทาย ความก้าวหน้าที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และการดำเนินงานที่โดดเด่นในอุตสาหกรรม