“พาณิชย์” จับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลุยจัดการป้องกันและปราบปรามการปลอมปนน้ำมะพร้าว ตรวจทั้งโรงงานผลิต ความเป็นอาหาร วัตถุดิบ พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และติดฉลาก หากพบไม่ถูกต้องใช้กฎหมายจัดการทันที เผยล่าสุดพบ 24 โรงงานมีความเสี่ยง ส่งชื่อ 9 หน่วยงานตรวจเชิงลึกแล้ว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการป้องกันและปราบปรามการปลอมปนน้ำมะพร้าว ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี และสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย แถลงข่าวมาตรการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คุณภาพ และมาตรฐานของสินค้า รวมถึงภาพลักษณ์อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของประเทศ โดยจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบังคับใช้กฎหมายที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่อย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ ได้สร้างเครือข่ายรัฐและเอกชน เฝ้าระวังและป้องกันการปลอมปนน้ำมะพร้าว โดยเฉพาะการกำกับดูแลแหล่งที่มาและตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ สถานที่แปรรูปขั้นต้นของมะพร้าว (ล้ง) กระบวนการเข้าสู่โรงงาน เพื่อป้องกันการนำวัตุดิบที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือมีความเสี่ยงต่อการปลอมปนน้ำมะพร้าว โดยได้รับความร่วมมือจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบความถูกต้องของโรงงานว่าได้ขออนุญาตและขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบอาหารถูกต้องหรือไม่ กรมวิชาการเกษตร กำกับดูแลมาตรฐานวัตถุดิบที่เข้าสู่กระบวนการผลิต
ขณะเดียวกัน จะมีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ สำหรับการพิสูจน์ความแท้ของน้ำมะพร้าว เพื่อใช้ยืนยันความเป็นมะพร้าวแท้ 100% โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และยังกำหนดให้แสดงองค์ประกอบสำคัญในน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มบนฉลากอย่างชัดเจน เช่น น้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% น้ำมะพร้าว 100% หรือน้ำมะพร้าว มีส่วนผสมของน้ำ น้ำตาล สารปรุงแต่งอื่น ๆ เท่าไร ต้องระบุให้หมด เพื่อให้ผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
ส่วนการตรวจสอบโรงงานผลิตที่มีความเสี่ยงทำการปลอมปนน้ำมะพร้าว ล่าสุดตรวจสอบพบโรงงานน้ำมะพร้าวที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่ในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม สมุทรสงคราม ภายใต้รหัสโรงงานอุตสาหกรรม 00801 ที่ประกอบการทำอาหารหรือเครื่องดื่มจากผัก พืช หรือผลไม้ จำนวน 24 ราย ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งรายชื่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9 หน่วยงาน เพื่อตรวจสอบแล้ว ได้แก่ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หากพบการกระทำความผิดภายใต้กฎหมายของหน่วยงานใด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำมะพร้าวอย่างต่อเนื่องด้วย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมได้ตรวจสอบพบความผิดปกติในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมปลอมปน เช่น มีการตั้งราคาที่ต่ำเกินจริง โดยตั้งราคาขายขวด 350 มิลลิลิตร ที่ 20-25 บาท ทั้งที่ต้นทุนมะพร้าวน้ำหอม 1 ลูก ก็เกิน 10 กว่าบาทแล้ว ส่วนรายที่ผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% ขนาด 250 มิลลิลิตร ขายถึงขวดละ 60-65 บาท และยังพบความผิดปกติที่ผู้ผลิตบางรายมีการผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมขวดเป็นจำนวนมาก แต่กลับมีการรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมลูกเข้าไปน้อย ซึ่งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกแล้ว และจากนี้ จะเน้นการตรวจสอบใน 3 ประเด็น คือ ตรวจสอบย้อนกลับการใช้วัตถุดิบ เพราะน้ำมะพร้าว 1 ขวด ขนาดเล็ก ก็ใช้เป็นลูกแล้ว ตรวจสอบการแสดงฉลาก ที่ต้องชัดเจน และบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเข้มงวด
นายณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดจัดการโรงงาน และล้ง ที่ทำน้ำมะพร้าวน้ำหอมปลอมปน เพื่อป้องกันไม่ให้ชื่อเสียงน้ำมะพร้ามน้ำหอมของไทยเสียหาย โดยขณะนี้ ตลาดจีน ก็เริ่มตื่นตัว และเข้มงวดการนำเข้าน้ำมะพร้าวน้ำหอมแล้ว และมีการรีเซ็ตการนำเข้าใหม่ เป็นโอกาสให้ผู้ผลิตที่สุจริต ได้มีโอกาสขยายตลาด ขณะที่ตลาดยุโรป ก็มีโอกาส มีการมาตามหาน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้เช่นเดียวกัน
นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย กล่าวว่า การเข้าไปแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมแบบครบวงจรของกระทรวงพาณิชย์ ได้ช่วยให้ราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากลูกละ 2- 3 บาท ขึ้นไปอยู่ที่ลูกละ 13-15 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ แต่หลังจากนี้อยากให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการปลอมปนน้ำมะพร้าว เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นต้นเหตุที่อาจทำให้ราคาตกต่ำในอนาคต และทำลายชื่อเสียงมะพร้าวน้ำหอมของไทย