การตลาด - ดับฝันตลาดโฆษณาแสนล้าน ฟันธงปีนี้ติดลบ 1.3% จากเดิมมองว่าจะเติบโต 1.69% เหตุผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางลากไปยาวๆ สื่อทีวีน่าห่วงสุด คาดติดลบ 7% หนักสุดในรอบ 5 ปี มูลค่าหลุดต่ำจาก 30,000 ล้านบาท
ตลาดโฆษณาแสนล้าน หลังปี 2568 ที่กลับมาติดลบ 1% ครั้งแรกตั้งแต่ผ่านโควิด-19 มา จากสภาพเศรษฐกิจและปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา พอมาปี 2569 นี้ เดิมเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือตลาดโฆษณาจะกลับมาโตได้ 1.69% แต่พอมีเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลางขึ้นช่วงต้นปี ไทยจึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบเช่นกันแม้จะเป็นผลกระทบทางอ้อมก็ตาม
*** ช่วง 5 เดือนแรก งบโฆษณาติดลบเกือบ 5%
เห็นได้จากเม็ดเงินโฆษณาในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ติดลบ 4.48% หรือมีมูลค่ารวมที่ 32,866 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่ประเมินไว้ในช่วงต้นปีอย่างมีนัยสำคัญ
โดยตลอด 5 เดือนมานี้ พบว่า 3 สื่อ ที่มีมูลค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ 1.สื่อดิจิทัล 13,394 ล้านบาท โต 1% (เป็นสื่อเดียวที่เติบโต) 2.สื่อทีวี 11,924 ล้านบาท ลดลง 9% 3.สื่อ OHM 5,586 ล้านบาท ลดลง 6%
ขณะที่ 5 กลุ่มบริษัทที่ใช้งบโฆษณามากสุด คือ 1.Nestle 1,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46%, 2.Unilever 1,293 ล้านบาท ลดลง 9%, 3.เทพไทย/OK Herbal 858 ล้านบาท ลดลง 16%, 4.P&G 564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และ 5.Colgate-Palmolive 528 ล้านบาท ลดลง 8%
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด หรือ MI GROUP กล่าวว่า ตัวเลข 5 เดือนที่ติดลบนี้ ปัจจัยกดดันไม่ได้มาจากเศรษฐกิจในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบสะสมจากหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ ความเปราะบางของผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงการปรับลดกำลังคนในหลายอุตสาหกรรมจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและการมาแทนที่ของ AI
*** สัญญาณบวกครึ่งปีหลังเริ่มมี
แต่หากมองในภาพกว้างแล้ว ทาง MI GROUP มองว่าครึ่งปีหลังอาจเห็นสัญญาณบวกมากขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายที่อาจทยอยกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หรือคาดว่าภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาตลอดปี 2569 นี้ จะติดลบเพียง 1.3% หรือมีมูลค่ารวมประมาณ 83,869 ล้านบาท ซึ่งแม้ยังติดลบแต่ดีกว่าในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา
โดยกลุ่มสินค้าและบริการ ที่คาดว่าจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงครึ่งปีหลังนี้ (ดูจากอัตราการเติบโตเทียบกับปีที่ผ่านมา) ได้แก่
1. Retail / E-Commerce (อันดับ 1 ต่อเนื่อง)
2. Websites & Apps (โตแรงที่สุด)
3. Non-Alcohol Beverages (FMCGs แข่งขันสูง)
4. Government Announcement (นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว)
5. Skincare (FMCG แข่งขันสูง)
6. Motor Vehicles (EV จากจีน)
7. Dairy Products (นม Plant-based)
8. Leisure/Concert/Exhibition
9. Pharmaceuticals/ Vitamin Supplement
10. Communications/Telco (เน้นการ Bundle กับ Streaming ในเครือ)
ทั้งนี้หากเป็นไปตามที่ MI GROUP ประเมินไว้ จะเห็นว่า ปี 2569 นี้ ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาในความเป็นจริงจะปิดที่ 83,869 ล้านบาท โดย 3 สื่อที่มีมูลค่าสูงสุด คือ 1.สื่อดิจิทัล 32,145 ล้านบาท ติดลบ 0.3% (ติดลบเป็นปีแรกในรอบ 15 ปี) 2.สื่อทีวี 29,149 ล้านบาท ติดลบ 7% (หนักสุดในรอบ 5 ปี) 3.สื่อ OHM 17,139 ล้านบาท โต 10%
อย่างไรก็ตามทาง MI LEARN LAB ได้นำข้อมูลจากทาง MI และ DAAT มารวมกัน และได้ประเมินออกมาใหม่พบว่าตลาดโฆษณาปี 2569 นี้ จะมีมูลค่าราว 106,371 ล้านบาท ติดลบ 1.1% โดยตัวเลขที่เพิ่มเข้ามากว่า 22,502 ล้านบาท เป็นตัวเลข Non-Reported Figures (+70% Estimated)